8 คริสตัลที่ได้รับความนิยมตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่า เครื่องประดับจำพวกคริสตัลนั้น ช่วยเสริมพลังให้เราได้ ทั้งคริสตัล และหิน มีพลังอย่างน่าประหลาดบางชนิดก็เสริมในเรื่องอำนาจ ความเข้มแข็ง บางชนิดก็ช่วยขจัดพลังด้านลบ และยังคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย จึงมีการนำเอาคริสตัลนั้นมาใช้กันในหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการปกป้องตนเองจากสิ่งไม่ดี การเสริมพลัง หรือแม้กระทั่งความรัก

คริสตัลและหินเหล่านี้ นอกจากจะใช้เป็นเครื่องประดับแล้ว หลาย ๆ คนยังนิยมนำมาตกแต่งสถานที่ และ 8 ชนิดต่อไปนี้ เป็นคริสตัลและหิน ที่ได้รับความนิยมมากตามหลักฮวงจุ้ย

1.ควอตซ์ใส เป็นคริสตัลที่นำมาใช้กันหลากหลาย ด้วยความใสของคริสตัลชนิดนี้ จะช่วยเสริมพลังในด้านความเข้มแข็ง และป้องกันสิ่งไม่ดี รวมทั้งยังให้ผลในเรื่องของการเสริมเสน่ห์และปลดปล่อยความรู้สึกหวาดกลัว ควอตซ์ใสนี้ ยังนำมาซึ่งความสุข ช่วยเสริมมุมมองโลกในแง่บวก นักออกแบบบ้านที่มีความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย จะนิยมตกแต่งบ้านด้วยควอตซ์ใส เพราะให้ความสวยงาม และตกแต่งได้หลายสไตล์ สามารถใช้ตกแต่งได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เพราะจะช่วยปรับพลังและนำมาซึ่งความสดชื่น แต่ทั้งนี้ มีจุดที่ควรต้องระวังเพียงจุดเดียวก็คือ การวางใกล้ที่นอน เพราะจะได้รับพลังมากจนเกินไป

2.โรส ควอตซ์ หรือควอตซ์สีดอกกุหลาบ ให้พลังแห่งความบริสุทธิ์ อ่อนโยน ความรักที่หวานชื่น และการเยียวยา เชื่อกันว่า โรส ควอตซ์นี้ช่วยให้พ้นจากความเจ็บปวด ความผิดหวัง และพลังด้านลบ เป็นการให้พลังใจ และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรัก โรส ควอตซ์นี้จะมีพลังที่เชื่อมกับหัวใจ ให้ผลดีในเรื่องรัก สามารถนำมาตกแต่งในห้องนอนได้ ทั้งห้องนอนผู้ใหญ่ และห้องนอนเด็ก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รัก และคู่แต่งงาน

444

3.อเมทิสต์ หินชนิดนี้มีหลายสี แต่สีที่ถือว่าดีที่สุดคือสีม่วงเข้ม เป็นหินที่สามารถดึงพลังความบริสุทธิ์ และจิตวิญญาณของเราได้ เสมือนว่าช่วยให้เรามีสมาธิ สีของอเมทิสต์นั้น มีตั้งแต่ม่วงลาเวนเดอร์อ่อน ๆ ไปจนถึงม่วงเข้ม แต่ละสีก็ให้พลังที่แตกต่างกัน แต่ยิ่งเข้มมาก ก็ยิ่งให้พลังมาก ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าหินชนิดนี้ ช่วยดูดพลังด้านลบและเปลี่ยนให้เป็นความสงบสุข สามารถจัดวางไว้ได้ในทุกพื้นที่ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หากคุณโชคดี ได้อเมทิสต์ที่มีสีเข้มมาก ๆ ก็ควรเก็บรักษาให้ดี อย่าให้ถูกแสงแดดมากนัก

4.หยก ถือว่าเป็นเครื่องประดับที่คลาสสิกที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย อีกทั้งยังมีประวัติการใช้งานกันมาอย่างยาวนานในจีน ใช้ในการเยียวยาสิ่งต่าง ๆ ได้หลากหลาย หยกนั้น ให้พลังที่งดงาม ละเอียดอ่อน เหมือนเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งที่รับคุณได้ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นยังเสริมเรื่องการคิดบวก ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น หยกยังให้ความกลมกลืน รักษาสมดุลของพลัง ทั้งเรื่องความรัก ความสุข การยอมรับ หลักฮวงจุ้ยบอกอีกว่า หยกสีเขียวเข้ม เหมาะสำหรับการเสริมเรื่องสุขภาพและครอบครัว รวมทั้งเรื่องของการเงิน และหยกนั้นก็มีหลายสี สามารถเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ เช่นหยกสีฟ้า เสริมการงานอาชีพ สีน้ำตาลช่วยเรื่องความหวัง เป็นต้น

5.ไทเกอร์อาย เป็นหินที่มีพลังในเรื่องการปกป้อง รวมไปถึงความระแวดระวัง ความเข้มแข็ง ความรวดเร็ว และความมีประสิทธิภาพ ไทเกอร์อายสามารถขจัดพลังด้านลบได้อย่างรวดเร็ว หลักฮวงจุ้ยบอกว่า ไทเกอร์อาย ได้พลังจากพื้นดิน จึงให้ทั้งความแข็งแกร่ง และความอุดมสมบูรณ์ สามารถจัดวางได้ทั้งในจุดที่ต้องการแสดงความรัก สำหรับคู่รัก คู่สมรส รวมทั้งในห้องเด็ก ห้องทำงานด้วย

6.ไพไรต์ เป็นแร่ที่ได้รับความนิยมมากตามหลักฮวงจุ้ยเพราะเกี่ยวข้องกับเงินทอง บางคนอาจจะเห็นว่า แร่ชนิดนี้ไม่สวย แต่ก็นำมาตกแต่งเพราะต้องการพลังของมันทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน แต่หลักฮวงจุ้ย นิยมใช้ในที่ทำงานมากกว่า เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งมีและเงินทอง นอกจากใช้ตกแต่งบ้านและที่ทำงานแล้ว บางคนยังนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งจะเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่มีธาตุน้ำ หรือธาตุโลหะ ตามวันเดือนปีเกิด

3333

7.คาร์เนเลียน เป็นหินที่เสริมในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ความอบอุ่น ความฉลาด ความสุข และการคิดบวก หินชนิดนี้ จะมีสีสันสวยงามหลากหลายให้เลือกตั้งแต่เหลืองอ่อน ๆ ไปจนถึงสีส้ม เหมาะสำหรับการนำมาใช้สวมใส่เป็นเครื่องประดับด้วย คาร์เนเลียนนั้น นับเป็นการผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวของไฟ และดิน ให้พลังทางกาย อีกทั้งยังสามารถใช้เสริมในเรื่องความรักและการแต่งงานได้ด้วย

8.แอมโมไนต์ แม้จะไม่ใช่ทั้งคริสตัลและหิน แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มยอดนิยมตามหลักฮวงจุ้ยเช่นกัน แอมโมไนต์นั้นมีมานานนับ 100 ล้านปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นฟอสซิลอย่างหนึ่ง ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของพลัง เสริมในจุดที่มีพลังอ่อน สีก็มีความหลากหลายให้เลือก จนสามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ หากมีแอมโมไนต์ขนาดใหญ่ ในบ้านหรือที่ทำงาน ก็จะส่งผลดีในเรื่องงาน แต่แน่นอนว่า ขนาดยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งมีราคาสูง

aroundtheworldin80schools

เสริมฮวงจุ้ยให้บ้าน ด้วยประตูและหน้าต่างที่เหมาะสม

666

สมัยนี้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง ‘ฮวงจุ้ย’ มีอิทธิพลกับการก่อสร้างและต่อเติมบ้านเป็นอย่างยิ่ง แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้วก็คือการสร้างบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของลมฟ้าอากาศ ครั้งนี้ Forfur จึงนำเกร็ดน่ารู้กับการออกแบบประตูและหน้าต่างในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยมาแนะนำกันค่ะ

ขนาดที่สัมพันธ์กัน ในการจัดวางประตูบ้านและหน้าต่างนั้น เรื่องของขนาดและตำแหน่งในการจัดวางถือเป็นองค์ประกอบของบ้านที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากประตูบ้านและหน้าต่างมีขนาดใหญ่หรือเล็กมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวบ้าน ก็จะส่งผลทำให้ความสวยงามและสัดส่วนของบ้านดูผิดเพี้ยนไปจนหมดสวย อีกทั้งยังทำให้ไม่สะดวกในการใช้งานจริง ซึ่งในทางฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าจะทำให้ลูกหลานไม่เชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่ในบ้าน ดังนั้น จึงควรแก้ไขโดยการแบ่งช่องว่างระหว่างหน้าต่างและบานประตูให้เล็กลง เพื่อปรับสัดส่วนให้มีความเหมาะสม

ตำแหน่งต้องสัมพันธ์กับทิศทาง หากพิจารณาดีๆ จะพบว่าบ้านบางหลังที่ทำเป็นผนังทึบตันในมุมใดมุมหนึ่งกลับทำให้บรรยากาศภายในบ้านชวนอึดอัด ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนจากผนังทึบตันให้เป็นบานหน้าต่าง เพื่อช่วยเชื่อมต่อบรรยากาศความโปร่งสบายระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านให้เกิดบรรยากาศที่ดีกับการอยู่อาศัย แต่การเลือกจัดวางตำแหน่งประตูและหน้าต่างควรคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและลมเป็นหลัก ไม่ควรติดตั้งกระจกที่มีขนาดบานใหญ่ทางทิศตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ที่มีแสงแดดผ่านมาก หรือจะปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มเติมเพื่อบดบังแสงแดดบริเวณนั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า แสงแดดที่เข้ามาภายในบ้านมากเกินไปก่อให้เกิดพลังงานธาตุไฟมากเกินพอดี เราจึงควรจัดวางตัวบ้านและหน้าต่างให้สอดคล้องกับสภาพทิศทางธรรมชาติอย่าง ทิศใต้ ที่เป็นทิศที่ลมเคลื่อนผ่านมาก ก็สามารถช่วยระบายอากาศภายในบ้านได้ดีมากยิ่งขึ้น

คุณภาพ และความแข็งแรง ประตูบ้านและหน้าต่างถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องความปลอดภัยภายในบ้าน จึงควรมาพร้อมความแข็งแรง เป็นวัสดุที่มีมาตรฐาน สามารถเปิด-ปิดได้อย่างคล่องตัว ไม่ติดขัด ไม่เกิดคราบต่างๆ บริเวณประตูและหน้าต่าง โดยทางฮวงจุ้ยจะมองว่า หากประตูไม่มั่นคง แข็งแรง จะส่งผลกระทบกับการเงิน ขัดขวางโชคลาภ ซึ่งแน่นอนว่าในความเป็นจริงอาจทำให้โจร ผู้ร้าย หรือน้ำฝนต่างๆ รั่วซึมเข้ามาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน หรือทำให้ทรัพย์สินสูญหายได้นั่นเอง

การดูแลรักษา การตกแต่งบ้านด้วยประตูหน้าต่างที่ดีควรเป็นวัสดุที่สามารถดูแลรักษาง่าย สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ไม่ยุ่งยาก ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า ความสะอาดของหน้าบ้านและประตูบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ในส่วนของความเป็นจริงก็คือ ประตูและหน้าต่างถือเป็นทิศทางและด่านแรกในการเข้า-ออกภายในบ้าน หรือเป็นพื้นที่สำหรับการเปิดรับสิ่งต่างๆ เข้ามา หากประตูและหน้าต่างสกปรก ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ก็อาจส่งผลทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นเข้ามาทำลายสุขภาพของคนในบ้านได้นั่นเอง

aroundtheworldin80schools

ประตูหน้าบ้าน กับประตูหลังบ้านตรงกัน ไม่ดีจริงหรือ ?

33

เรื่องของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้านตรงกันคนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ดี แต่ตามเพจ Horosociety199 มีข้อมูลดีๆ ของอ.ดลฤดี หมอดูไฮโซ มาฝากเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้าน ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าจริงหรือที่ว่าประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกันแล้วจะไม่ดี

ประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศที่ดีก็ใช้โชค

คงได้ยินกันบ่อยๆว่า หากประตูหน้าบ้านและประตูหลังบ้านตรงกันจะไม่ดี แต่ความเชื่อนี้ก็ไม่ได้จริงเสมอไปนะคะ เพราะหากประตูหน้าอยู่ในทิศที่ให้โชคเช่น ทิศมังกร ซึ่งมีพลังชี่หรือก็คือพลังที่ให้โชคดีๆ พัดเข้าบ้านตลอด ทุกครั้งที่มีคนมาหาก็จะนำเรื่องดีๆ หรือโชคลาภมาให้เสมอ ทำให้มีรายได้เข้าบ้านตลอด

111

ประตูหลังบ้านตรงกับประตูหน้าบ้านทิศให้โชค…ไม่เป็นไร

ส่วนหลังบ้านถ้ามีประตูตรงกันก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่เปิดประตูตรงนั้นนานๆ ที โชคก็จะไม่ไหลออกไปข้างนอกแล้วค่ะ อีกอย่างเวลาเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อรับแขกหรือเพื่อเข้า-ออกจากบ้าน ประตูด้านหลังก็มักจะปิดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรรั่วไหลออกไปได้ ทำให้โชคหมุนเวียนอยู่แต่ในบ้าน ยิ่งเรามีพัดลมติดฝ้าเพดาน เป็นพัดลมซี่ๆ หรือพัดลมหมุนรอบตัว จะยิ่งทำให้บ้านมีโชคลาภอยู่ตลอด ใครมาหาก็จะพาโชคมาให้ได้ชื่นใจเสมอ

ประตูหลังบ้านอยู่ในทิศไม่ดี อาจทำให้ล้มละลาย

แต่ถ้าประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศไม่ดี ก็อาจเกิดคดีความ ล้มละลาย หรือเจ็บป่วยได้ เราจึงต้องเปิดประตูหน้าบ้านและหลังบ้านที่ตรงกันไว้ตลอดเวลา โดยอาจจะมีประตูมุ้งลวดเป็นประตูด้านในไว้กันยุงกันฝุ่นทั้งประตูหน้าและหลัง เพื่อให้ลมพัดเอาสิ่งไม่ดีที่เข้ามาทางหน้าบ้านออกไปทางหลังบ้านได้เลย ไม่เก็บไว้ในบ้านให้เป็นเรื่อง ซึ่งเป็นทางแก้ที่ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงินทุบหรือทำอะไรเลยค่ะ

กั้นป้องกันสิ่งไม่ดี

หรือบางคนอาจหาตู้โชว์หรือสิ่งของมากั้นไว้ระหว่างกลาง เพื่อไม่ให้ประตูด้านหน้าและหลังตรงกันก็ได้ แต่วิธีนี้ให้ทำเฉพาะเคสที่ประตูหน้าอยู่ในทิศที่ไม่ดีนะคะ เพราะปกติแล้ว บ้านเราควรจะเป็นห้องโล่งโปร่งสบายมีเฟอร์นิเจอร์วางเป็นระเบียบ การไปกั้นห้องแยกเป็นหลายห้องเยอะๆ จะยิ่งดูลึกลับซับซ้อนมากไป ทำให้บ้านดูแคบลงและอึดอัดเพราะทึบไปหมดจนหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งถ้าประตูหน้าเป็นทิศให้โชคแล้วดันไปกั้นห้องเยอะๆ แบบนี้ อาจทำให้พลังโชคไหลเข้ามาได้ไม่เต็มที่ เพราะทางเดินลมไหลไม่สะดวก

ก่อนคิดต่อเติมบ้านต้องดูให้ดี

ส่วนการต่อเติมบ้านไม่ว่าจะด้านหน้าหรือหลังเราต้องรู้ก่อนว่าจุดที่จะต่อเติมเป็นจุดดีของบ้านหรือไม่ โดยการดูฮวงจุ้ยวัดองศาบ้านเพื่อให้สามารถแยกได้ว่าหลังบ้านเป็นทิศอะไร จุดดีหรือไม่ดีอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วหากจะต่อเติมตรงนั้นจะดีหรือไม่ เพราะการต่อเติมบ้านมันต้องใช้เงินเยอะและไม่ได้รื้อถอนออกไปง่ายๆ เราจึงควรดูฮวงจุ้ยให้แน่ใจเสียก่อนว่า ที่สำคัญต้องดูว่าจะใช้ห้องที่ต่อเติมเพื่อทำอะไร แม้กระทั่งใช้เป็นลานซักผ้า เพราะหากอยู่ในจุดที่ไม่ดีแม่บ้านก็อาจขี้เกียจทำงาน เสื้อผ้าก็จะถูกหมักไว้หลายวันก่อนนำไปซัก ทำให้เกิดการหมักหมมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หรือหากอยู่ตรงจุดล้างทำความสะอาด แม่บ้านก็อาจทำแบบขอไปที ภาชนะต่างๆอาจจะมีเชื้อโรคแฝงอยู่ถ้านำไปใช้ ก็อาจสร้างความเจ็บป่วยให้คนในบ้านได้แบบไม่รู้ตัว

ทิศของบ้านสำคัญมาก

นั่นคือกรณีที่เราซื้อไปแล้วนะคะ แต่หากยังไม่ได้ซื้อ เราก็ควรดูให้ดีว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในทิศให้คุณให้โทษอย่างไร เพราะถ้าใช้หลับนอนเฉยๆ ก็คงไร้ประโยชน์ การทำให้มีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้นด้วยก็น่าจะดีกว่านะคะ อีกอย่างบ้านที่เราอยู่อาศัยก็ต้องใช้เงินซื้อมาแพง อย่าคิดว่าซื้อตามที่ชอบหรือขึ้นอยู่กับบุญวาสนาเลยค่ะ เพราะการลงทุนซื้อบ้านไปครั้งนึง ก็ต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเหมือนกันนะคะกว่าจะมีปัญญาซื้อใหม่อีกหลัง ดังนั้นควรเช็คก่อนซื้อดีกว่าจะได้อยู่อย่างมีความสุขค่ะ

เสริมดวงฮวงจุ้ยภายในห้องนอน

การวางเตียงนอนตามหลัก

           เตียงห้องนอนเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่คนส่วนใหญ่ใช้มากที่สุดของช่วงชีวิตเรา ดังนั้นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญในห้องนอนที่ส่งผลต่อสุขภาพและดวงในเรื่องต่าง ๆ ของเจ้าของบ้านมาก เราจึงควรจัดห้องนอนและตำแหน่งตั้งที่เตียงเหมาะสมภายในห้องนอน

           หากตั้งในตำเหน่งไม่ดี อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เนื่องจากร่างกายของมนุษย์มีสนามพลังที่เกิดจากการไหลเวียนภายใน เมื่อนอนหลับ สนามพลังดังกล่าวก็จะหมุนเวียนสอดคล้องกับสนามแม่เหล็กของโลก

ห้องนอน

ที่ตั้งของเตียง ให้หัวเตียงของคุณให้พิงผนังห้อง

           เตียงควรมี ”หลังอิง”กฎหลังอิงข้อนี้ยังประยุกต์ใช้กับการตั้งวางสิ่งอื่นๆอีกด้วย แต่ที่สำคัญคือเตียง สิ่งค้ำจุนที่แน่นหนาเบื้องหลังศรีษะทำให้คุณรู้สึกสบายใจหรือมั่นคง ในขณะที่คุณนอนหลับจิตใต้สำนึกจะผ่อนคลายและลดความระมัดระวัง มันจึงทำให้คุณนอนหลับดีขึ้น

ไม่ควรตั้งหัวเตียงของคุณติดกับหน้าต่าง

           การตั้งเตียงเช่นนี้ไม่ให้หลังอิงที่มั่นคงพอ ทั้งไม่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอีกด้วย และจะรู้สึกมั่นคงน้อยลงถ้าเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นในจิตใต้สำนึก จึงทำให้คุณนอนไม่ค่อยหลับหรือนอนกระสับกระส่าย
ไม่ควรตั้งหัวเตียงนอนของคุณเข้าหามุมห้อง

           การตั้งเตียงทะแยงกับห้องโดยหัวเตียงอยู่มุมแหลมของห้องเช่นนี้ไม่ให้หลังอิง มันยังทำให้คุณสูญเสียพลังงานอีกด้วย เนื่องจากพลังงานหนีหายผ่านมุม
ไม่ควรตั้งเตียงนอนในบริเวณที่ข้างล่างโล่ง

           บริเวณที่ข้างล่างโล่งได้แก่ ส่วนของชั้นบนที่ยื่นออกโดยไม่มีพื้นฐานรองรับ ถ้าห้องนอนของคุณมีลักษณะเช่นนี้ อย่าตั้งเตียงของคุณไว้ที่บริเวณนี้ คนที่นอนในบริเวณนี้จะสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง เนื่องจากจิตใจจะรับรู้อยู่เสมอว่าข้างล่างว่างเปล่า
ไม่ควรตั้งเตียงให้ตรงกับประตูห้อง

           มันจะรบกวนสนามพลังงานของเตียงทุกครั้งที่ประตูเปิด เพราะชี่ที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วจะพุ่งเข้าชน ถ้าประตูเปิดไปสู่ห้องน้ำห้องส้วม สนามพลังของเตียงจะดึงดูดความชื้นและกลิ่นเหม็นของชี่ห้องส้วมไปที่เตียง ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ปัญหาที่มักเกิดขึ้นจะเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ถ้าเตียงตั้งอยู่ระหว่างประตูสองบาน ชี่จากประตูทั้งสองจะทำให้พลังงานปั่นป่วน มันจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดอารมณ์ร้อนและหงุดหงิด
อย่านอนสูงจากพื้นมากเกินไป

           ถ้าเตียงนอนสูงเกินไป คุณจะตัดขาดจากชี่ดิน ยิ่งเตียงสูงเท่าไหร่คุณจะได้รับชี่น้อยเท่านั้น ถ้าคุณอยู่ในระยะพักฟื้นจากความเจ็บป่วย คุณจะฟื้นตัวเร็วขึ้นถ้าคุณนอนบนเตียงต่ำๆ หรือนอนบนพื้น คุณไม่ควรใช้เตียงน้ำ ถ้าคุณมีเตียงน้ำ จงใช้มันในบ้านตากอากาศ ซึ่งจะไปพักไม่เกินคราวละหนึ่งเดือน
ไม่ควรตั้งเตียงของคุณใต้ห้องน้ำห้องส้วมของชั้นบน

           นี่คือกฎพื้นฐานของฮวงจุ้ย ห้องน้ำห้องส้วมเป็นสถานที่สกปรก น้ำเสียและของเสียที่ถูกชักโครกทิ้งเหนือศรีษะคุณ จะส่งผลเสียต่อชี่กายของคุณ การตั้งเตียงไว้ใต้ห้องน้ำห้องส้วมของชั้นบนยังไม่ค่อยโรแมนติกอีกด้วย และไม่ควรตั้งหัวเตียงของคุณไว้ข้างหลังชักโครกของห้องน้ำห้องส้วมด้วยเหตุผลเดียวกัน

ไม่ควรตั้งเตียงนอนใต้แท็งค์น้ำ

           ชี่น้ำจะแทรกซึมลงพื้นข้างใต้ ถ้ามีแท็งค์น้ำเหนือห้องนอนโดยเฉพาะเตียงนอนของคุณ คุณจะดูดซึมอินของชี่น้ำเข้าไปในตัว ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพของคุณ
อย่าตั้งหัวเตียงของคุณไว้ข้างหลังเตาหรืออุปกรณ์อื่นๆที่ให้กำเนิดความร้อน

           เตาหรืออุปกรณ์อื่นๆที่ก่อให้เกิดความร้อนจะปล่อยคลื่นความถี่ของธาตุไฟออกมา ถ้าใช้อุปกรณ์เหล่านี้ทุกวันเป็นประจำ สนามความร้อนที่สั่งสมเพิ่มพูนจะแทรกซึมผ่านผนังกำแพงที่อยู่ข้างหลังเตียงของคุณ พลังงานแฝงเร้นนี้จะส่งผลกระทบต่อคุณในยามที่คุณเปราะบาง นั่นคือ ขณะหลับ ผลคือ คุณจะกลายเป็นคนหงุดหงิดและอารมณ์ร้อน และไม่ควรตั้งเตียงนอนไว้เหนือเตาไฟถ้าคุณนอนชั้นบน ชี่ไฟจะพุ่งขึ้นและแทรกซึมสู่พื้นชั้นบน