เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน…ให้เหมาะสมและลงตัว

บ้านเป็นสถานที่พักพิง เป็นที่ๆคนหลายคนมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว และเป็นสถานที่สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้านเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้น มีหลายท่านที่เลือกสีทาบ้านตามวันเกิด เพราะเชื่อในเรื่องดวงชะตา แต่ก็มีอีกหลายท่านเช่นกันที่เลือกสีทาบ้านตามความชอบของตนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ควรศึกษารายละเอียดและหลักในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อทำให้บ้านซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราดูเหมาะสมและลงตัวมากทีสุด

1. พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน : สำหรับท่านที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ อย่างสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส และทำให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่มากขึ้น กรณีัที่บ้านของคุณดูกว้างเกินโล่งเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น

2. สีทาบ้านสีกลางๆอาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป : หลายท่านอาจคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นๆได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆก็อาจทำใ้ห้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น

3. ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ : หลังจากตัดสินใจเืลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์ให้เฉดสีออกมาต่างกัน ฉะนั้นคุณควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย หากได้ตามที่คุณต้องการก็ไปซื้อเลยค่ะ

4. เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของต่างๆภายในบ้าน : การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆภายในบ้าน จะำทำให้การตกแต่งบ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิ พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หลังงานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วยก็ยิ่งดี

aroundtheworldin80schools

จัดสวนในบ้านอย่างไร ให้มีฮวงจุ้ยที่ดี

หลายครั้งเวลาที่ผมได้ให้คำปรึกษาเรื่อง “ฮวงจุ้ย” มักจะได้รับคำถามว่าภายนอกบ้าน อาคาร สำนักงาน นั้นจำเป็นจะต้องดูฮวงจุ้ยประกอบด้วยหรือไม่ หรือเป็นส่วนที่มีความสำคัญในศาสตร์ของฮวงจุ้ยหรือไม่ เพราะบางครั้งเราจะนึกกันไปว่าเฉพาะภายในของสถานที่พักอาศัยเท่านั้นถึงจะมีผลกับเรา แต่แท้จริงแล้ว การจัดฮวงจุ้ยที่ดี เราจะต้องเริ่มตั้งแต่ภายนอกของตัวบ้านหรืออาคาร เพราะสิ่งแวดล้อมภายนอกนั้นจะเป็นตัวบอกว่าบ้านหรืออาคารของเรานั้นจะสามารถดึงเอากระแสพลังที่ดีให้เข้ามาหาเราได้มากขนาดไหน จนซินแสฮวงจุ้ยหลายๆ ท่านกล่าวไว้ว่า หากชัยภูมิภายนอกไม่ดีพอก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาภายในของบ้านหรืออาคารนั้น ๆ ดังนั้น “สวนในบ้าน” จึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการพิจารณาฮวงจุ้ยที่ดี เพราะหากบ้านของเราไม่มีสวน เช่นเป็นอาคารพาณิชย์ หรือ คอนโดมิเนียม หากสภาพภายนอกมีลักษณะฮวงจุ้ยที่ไม่ดี การแก้ไขจะสามารถทำได้ยาก แต่หากเป็นบ้านหรืออาคารที่มีพื้นที่ด้านนอกเป็นของตนเอง หรือมีสวนอยู่ภายในที่ดินตัวเอง เราก็สามารถจะใช้ในการปรับปรุงฮวงจุ้ยภายนอกของตัวบ้านหรืออาคารให้ดีขึ้นได้ แม้ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกที่ดินของเราอาจจะมีฮวงจุ้ยที่ไม่ดีนั่นเอง โดยลักษณะฮวงจุ้ยของสวนที่ดีนั้น มีดังต่อไปนี้

การจัดสวนหน้าบ้านที่ โปร่ง โล่ง ถือเป็นหลักการสำคัญอย่างหนึ่ง โดยตำแหน่งน้ำที่ได้รับการประเมินจากซินแส ก็จะช่วยในการกระตุ้นโชคลาภของบ้านได้ด้วย TerraAds สวนบริเวณหน้าบ้าน ควรจะโปร่ง โล่ง เป็นลานสะสมพลังให้กับตัวบ้าน ไม่มีต้นไม้ใหญ่กีดขวางโดยเฉพาะบริเวณหน้าประตูทางเข้าของตัวบ้าน เพราะจะถือว่าขวางกระแสพลังไหลเข้าบ้าน หากต้องการให้มีต้นไม้ เน้นเป็นต้นไม้พุ่มลักษณะไม่สูงมาก หรือหากต้องการมีต้นไม้ใหญ่จริงๆ ก็ควรปลูกอยู่ที่หัวมุมของสวนหน้าบ้าน เพื่อจะได้ไม่ขวางกระแสพลังที่จะส่งเข้าบ้าน มากไปกว่านั้น หากหน้าบ้านหรืออาคารของท่านพบกับองศาทิศทางที่ดี เป็นทิศทางที่เสริมโชคลาภของการจัดฮวงจุ้ยในยุคที่ 8 (พ.ศ.2547-2567) การทำบ่อน้ำพุ น้ำล้น น้ำตก หรือบ่อปลาเสริม ก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นพลังดีให้ไหลเวียนตลอดเวลา ยิ่งเสริมความเป็นมงคลมากขึ้นไปอีกด้วย และหากบ้านของท่านอยู่ในโครงการจัดสรรหรือทำเลที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัย การทำรั้วหน้าบ้านที่ดี ควรมีสัดส่วนของความโปร่งโล่งอยู่พอสมควร ไม่ควรทำรั้วที่ทึบแน่นจนเกินไป เพื่อจะทำให้กระแสพลังดีจากภายนอกยิ่งส่งพลังเข้ามาภายในตัวที่ดินของเราได้สะดวก

รั้วหรือกำแพงด้านข้างของที่ดิน หากทำเป็นรั้วทึบ หรือกำแพงต้นไม้ จะช่วยในการเก็บกระแสพลังที่ดีให้กับตัวบ้านได้ สวนบริเวณข้างบ้าน ควรดูโอบตัวที่ดินของเราไว้ทั้งสองด้าน เพื่อช่วยเก็บกระแสพลังไว้ภายในตัวบ้านหรืออาคารของเรา เช่น การทำรั้วบริเวณด้านข้างบ้านทึบกว่าบริเวณรั้วด้านหน้าบ้าน การปลูกต้นไม้ทรงสูงตามแนวสวนด้านข้างบ้านให้สูงขึ้นมากว่ากำแพงรั้วเล็กน้อย การทำระแนงไม้เสริมรั้วด้านข้างของตัวบ้านให้สูงกว่ารั้วด้านหน้าบ้านเล็กน้อย จะช่วยให้บ้านหรืออาคารนั้นเก็บกระแสพลังที่ไหลเข้ามาจากบริเวณสวนหน้าบ้านได้ดีมากขึ้นไปอีก โดยการดูฮวงจุ้ยในหลักชัยภูมิเบื้องต้น ก็จะมีความเชื่อว่า ทิศด้านซ้ายมือของบ้าน เมื่อเรายืนจากในบ้านแล้วหันหน้าออก จะเป็นทิศที่เสริมฝ่ายชาย ซินแสหลายท่านเรียกกว่า ทิศมังกรเขียว ถ้าลักษณะของการจัดสวนหรือการปลูกต้นไม้ของสวนในฝั่งนี้โดดเด่นดูมีพลัง ก็จะเสริมให้สมาชิกที่เป็นผู้ชายในบ้านโดดเด่น หาเงินหาทองได้เก่ง ในทางกลับกันหากการจัดสวนใน ทิศด้านขวามือของบ้าน ให้โดดเด่น จะเป็นทิศที่เสริมฝ่ายหญิง หรือที่ซินแสหลายท่านเรียกว่า ทิศเสือขาว ก็จะทำให้สมาชิกที่เป็นผู้หญิงในบ้านโดดเด่นมีโชคลาภ

สวนหลังบ้านคือตำแหน่งบารมีของตัวบ้าน การทำเนินดินหรือเสริมสวนหินสวยๆ สามารถเสริมพลังให้บ้านได้เช่นเดียวกัน สวนบริเวณหลังบ้าน ควรจะดูหนักแน่นมั่นคง เพราะหลังบ้านนั้นตามศาสตร์ฮวงจุ้ยมองว่าเป็น ทิศบารมีของเจ้าบ้าน นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เป็นจุดเก็บพลังให้กับบ้านหรืออาคารของท่านอีกด้วย ดังนั้น การจัดสวนลักษณะที่เป็นสวนหิน หรือมีเนินดินสวยงาม ก็จะช่วยเสริมความหนักแน่นมั่นคง เสริมอำนาจบารมี ให้กับท่านได้ โดยการเลือกใช้หินนั้นพยายามเลือกให้ดูสวยงามราบรื่นจะยิ่งเป็นมงคล นอกจากนั้น การทำรั้วด้านหลังบ้านหรืออาคารให้สูงกว่าด้านอื่นๆก็จะยิ่งช่วยเก็บพลังให้กับบ้าน ของท่านได้ หรือจะใช้เป็นการปลูกต้นไม้สูงตามแนวรั้วด้านหลังบ้าน หรือตีระแนงเสริมกำแพงด้านหลังบ้านให้สูงมากขึ้น ล้วนแล้วแต่ช่วยในการเก็บกระแสพลังให้บ้านของท่านได้เช่นเดียวกัน ต้องระวังการต่อเติมหลังบ้านจนทึบตันกระแสลมไหลเวียนไม่ได้ จะทำให้บ้านของท่านไม่มีโชคเสริม ไม่มีธุรกิจในอนาคต การเก็บข้าวของหลังบ้านจนรกสกปรกก็จะทำให้บารมีเสียหาย ผู้คนไม่เคารพนับถือ สิ่งที่ได้กล่าวมานั้นเป็นหลักการเบื้องต้นของการจัดสวนให้เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ยครับ แต่ในหลักวิชาการชั้นสูงนั้นท่านควรได้รับการประเมินจากซินที่มีประสบการณ์อย่างละเอียด ทั้งจาก วัน เดือน ปี เวลาเกิดของท่านและสมาชิกภายในบ้าน ร่วมกับการวัดองศาทิศทางของบ้านหรืออาคาร ของท่านโดยละเอียด เพื่อจะได้ทราบตำแหน่งและทิศทางที่เสริมรูปดวงของท่านและสมาชิกภายในบ้าน ก็จะช่วยในการจัดฮวงจุ้ยสวนในบ้านของท่านได้ละเอียดมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้บ้านหรืออาคารของท่านมีฮวงจุ้ยที่ดี เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นไปอีกครับ

guttaupr

6 ฮวงจุ้ยบ้าน คลายสงสัยเป็นเพราะอะไรทำงานหนัก แต่เก็บเงินไม่อยู่

ถ้าใครกำลังเจอปัญหาทำงานอย่างหนัก รับจ๊อบ ขายของออนไลน์ สร้างรายได้หลายทาง แต่ทำไมเงินยังมีแต่ไหลออก ไม่เคยเก็บเงินได้สักที ทั้งๆ ที่ประหยัดและอดออมจนทำให้ชีวิตแทบไม่มีความสุข ลองมาเช็กเรื่องฮวงจุ้ยที่พักอาศัย หรือฮวงจุ้ยบ้านของเราดูบ้างไหมว่า บ้านมีจุดที่ทำให้เงินไหลออกบ้างไหม

1.หาตำแหน่งถังเงินถังทองในบ้านให้เจอ ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่าตำแหน่งรับทรัพย์ของบ้านนั้นอยู่ตำแหน่งไหน วิธีการง่ายๆ คือให้ยืนหันหน้าเข้าบ้าน โดยยืนอยู่บริเวณประตูบ้านตำแหน่งท้ายของบ้านฝั่งซ้ายมือคือตำแหน่งถังเงินถังทอง และวิธีการเหล่านี้ยังสามารถใช้หาตำแหน่งรับทรัพย์กับห้องอื่นๆ ได้ด้วย

2.อย่าปล่อยให้ตำแหน่งถังเงินถังทองสกปรก เรื่องความสะอาด ไม่ใช่เพียงหลักฮวงจุ้ยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ เพราะการทำให้พื้นที่ใดๆ ในบ้านโล่ง สะอาด ไม่สกปรกย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในตำแหน่งรับทรัพย์นั้นก็ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้มีของวางกองเต็มห้องไปหมด

77

3.เอาของชำรุดทิ้งออกจากบ้าน ของหัก ของพัง ของชำรุด หมดสภาพการใช้งานอย่าเก็บไว้ เพราะของที่ใช้งานไม่ได้ทำให้เกิดพลังแย่ๆ ในบ้าน

4.เงินคือของสูง บางคนอาจมีกระปุกออมสินไว้ในบ้าน แต่กลับวางในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นเพราะต้องการซ่อนให้ลึกลับที่สุด แต่ตำแหน่งที่เราอยากแนะนำคือตำแหน่งที่สูง อย่าเอาเงินไว้ในลิ้นชักที่อาจจะถูกทับด้วยข้าวของที่ไม่เหมาะสม

666

5.เรียกทรัพย์ด้วยสีเขียว และสีม่วง ตามหลักฮวงจุ้ยสีเขียวคือสีเรียกทรัพย์ ส่วนสีม่วงคือสีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ทางที่ดีคือการนำสีเขียวกับสีม่วงวางไว้ในตำแหน่งรับทรัพย์เช่นดอกไม้สีม่วงประดับใบไม้สีเขียว หรือบางบ้านอาจวางผลไม้ที่มีสีทั้งสองสีไว้รวมกัน

6.วางสมุดบัญชีไว้ที่ตำแหน่งรับทรัพย์ในบ้าน สมุดบัญชีก็ถือเป็นของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอง ดังนั้นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับสมุดบัญชีมากที่สุดคือตำแหน่งรับทรัพย์ นอกจากนั้นยังแนะนำให้เก็บสมุดบัญชีไว้อย่างเรียบร้อย ใส่ซองพลาสติกหรือเก็บแยกจากเอกสารอื่นๆ อย่างชัดเจน

ได้วิธีเช็กฮวงจุ้ยบ้านเกี่ยวกับเรื่องเงินทองกันไปแล้ว ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ ได้ผลอย่างไรแล้วเอามาแชร์และเล่าให้ฟังกันบ้างก็ได้นะคะ

guttaupr

หลังคาสีไหน…ใช้แล้วถูกหลักฮวงจุ้ย

สีสันและวัสดุของหลังคาบ้านนั้น มีผลต่อความสวยงาม และความทันสมัยของบ้าน บ้านในแนวใหม่ ๆ มีการเลือกใช้วัสดุและทำหลังคาที่มีความหลากหลาย หลังคา เพดานบ้าน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรม แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่สดใส สีเข้มที่ดูภูมิฐาน หรือสีโลหะที่ทันสมัย ก็ล้วนให้ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่สำหรับผู้ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย อาจจะต้องพิจารณาความเหมาะสม และความหมายของสีหลังคาแบบต่าง ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

1.หลังคาสีเขียว : หลักฮวงจุ้ยบอกว่า สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน และเราสามารถใช้สีที่แสดงถึงธาตุดังกล่าวกับหลังคาบ้านได้ด้วยสีเขียว ร่วมกับโครงสร้างที่เป็นไม้ สีเขียวนั้น ถือว่าเป็นสีที่หลักฮวงจุ้ยชอบใช้ และแนะนำสำหรับการนำมาใช้เป็นสีหลังคา เพราะเชื่อว่าจะทำให้โชคดี สุขภาพดี มีความมั่งคั่ง อีกทั้งยังให้ความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมด้วย

111

2.หลังคาสีน้ำตาล : เป็นสีที่ดูโดดเด่น มีเสน่ห์ สงบ และสบาย อาจจะเลือกได้ทั้งสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลส้ม และน้ำตาลเข้ม สีหลังคาในโทนนี้ ไปได้ดีกับสีทอง สีทรายโลหะ หากใช้วัสดุที่มีสีเหล่านี้ ตกแต่งภายนอก ก็จะยิ่งทำให้บ้านที่มีหลังคาสีน้ำตาลนี้ ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

3.หลังคาสีแดง : สีแดงนั้น เป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ มีทั้งความอันตราย และพลังแห่งความสร้างสรรค์ เป็นอีกสีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาออกแบบทางสถาปัตยกรรม สีแดงที่จะนำมาใช้ในการทำหลังคานั้น เลือกได้ทั้งสีแดงสด สีแดงบรอนซ์ สีน้ำตาลอมแดง และแดงเข้ม

4.หลังคาสีฟ้าและสีดำ : ทั้งสองสี เป็นสัญลักษณ์ของธาตุน้ำ เป็นสีที่ทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังในเชิงบวกรอบ ๆ บ้าน เป็นการเสริมความมั่งคั่ง นำพาความโชคดีเข้ามา อาจจะเลือกใช้สีเทาเข้มก็ได้เช่นกัน

guttaupr

ยังไม่สายเกินไป ถ้าจะเสริมดวงรับปีจอด้วยการแต่งบ้าน

333

ตรุษจีนที่ผ่านไปหลายบ้านมีการจัดของไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล ทำความสะอาด หรือจัดบ้านใหม่ตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยประจำปี แต่ใช่ว่าเราจะจัดบ้านเสริมฮวงจุ้ยเฉพาะในช่วงตรุษจีนเท่านั้น เพราะการจัดบ้านเพื่อเสริมดวงเราสามารถทำได้ตลอดทั้งปีด้วยเทคนิคเหล่านี้

ทำบ้านให้โล่ง เพื่อต้อนรับพลังงานดีๆ เพราะพลังงานคือสิ่งสำคัญที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย สามารถเรียกเงินทอง และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่เรื่องดีๆ ดังนั้นควรจัดข้าวของต่างๆ ในบ้านให้เป็นระเบียบ พร้อมทำความสะอาดบ้านไม่ให้รกรุงรัง

333

บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะอัญเชิญสิ่งที่เคารพนับถือเข้ามาบูชาภายในบ้าน ควรหาทิศทางและตำแหน่งการวางที่เหมาะสม ไม่ควรวางใกล้ห้องน้ำ ห้องซักรีด และโรงจอดรถ แนะนำให้นำอัญมณีต่างๆ มาประดับตกแต่งแท่นบูชาเพื่อเสริมสิริมงคล

ใช้สีที่สื่อถึงความร่ำรวยภายในบ้าน สีแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคงจะเป็นสีทอง แต่ในความเป็นจริงไม่ต้องถึงกับทาสีผนังบ้านเป็นสีทองก็ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบสีทองอาจเลือกใช้ของตกแต่งบ้านที่มีสีทอง หรือใช้กระเบื้องบุผนังหรือกระเบื้องปูพื้นที่มีดีไซน์ดูหรูหราแทน

เน้นตกแต่งด้วยลวดลายธรรมชาติ ควรหาของประดับตกแต่งที่มีลวดลายธรรมชาติ จะช่วยดึงดูดทรัพย์และโชคลาภได้ เช่น ขอบโต๊ะที่มีลวดลายโค้งมนคล้ายคลื่นน้ำ ของตกแต่งทรงสูงเป็นตัวแทนธาตุไม้ หรือหากใครอยากตกแต่งมุมบ้านเป็นสวนเล็กๆ ก็สามารถใช้กระเบื้องดิจิตอลลายหินหรือลายหญ้ามาปูพื้น แล้วตกแต่งด้วยไม้มงคลต่างๆ จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งมาสู่คนในบ้านได้เช่นกัน

ใครที่กำลังวางแผนจัดบ้านใหม่และอยากเสริมดวงรับปีจอไปด้วย อย่าลืมนำเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในการตกแต่ง

สำรวจให้ดีก่อนซื้อบ้าน ระวังเจอ 6 “ฮวงจุ้ย” พลังลบ

333

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือที่พักอาศัยใหม่ เรื่อง “ฮวงจุ้ย” เป็นเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะคุณอาจชอบบ้านหลังดังกล่าวมาก แต่กลับไม่รู้ว่ามี “ฮวงจุ้ย” พลังลบซ่อนอยู่ มาสำรวจกันดีกว่าว่ามีจุดไหนของบ้านบ้างที่อาจเป็นฮวงจุ้ยพลังลบ

1.ประตูด้านหน้าตรงกับประตูด้านหลัง นี่เป็นหนึ่งในฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเพราะถ้าประตูหน้ากับประตูหลังบ้านตรงกันพอดี พลังดีที่ไหลเข้ามาภายในบ้านจะพุ่งตรงออกไปทางประตูหลังทันที ไม่เกิดการกักเก็บหรือหมุนเวียนพลังอยู่ภายใน

2.บันไดบ้านหันหน้าตรงกับประตูหลัก หากเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วเจอบันได ตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร เนื่องจากเมื่อพลังไหลเข้ามาภายในตัวบ้านแล้วจะวิ่งผ่านขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีการกักเก็บพลังชี่ซึ่งเป็นพลังที่ดีไว้ภายในบ้าน

3.ห้องน้ำตรงกับประตูหน้า ถ้าเป็นเช่นนี้พลังงานดีที่จะไหลออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

4.บันไดอยู่กลางบ้าน ถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี

5.ห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ศูนย์กลางของบ้านถือเป็นหัวใจสำคัญของพลังหยินหยาง แต่ไม่ควรเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ

6.ห้องนอนอยู่เหนือโรงจอดรถ ห้องนอนไม่ควรตั้งอยู่เหนือโรงจอดรถ เนื่องจากโรงจอดรถมีพลังเคลื่อนไหวเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักแล้วอาจส่งผลให้เรานอนไม่หลับเพราะไม่มีความสงบ

ผังบ้านดีชีวิตเปลี่ยน 7 เทคนิคดูผังบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

111

ผังบ้าน หรือผังห้อง ก็สามารถจะใช้ศาสตร์ของฮวงจุ้ยดูได้เช่นกันว่า ผังบ้านนั้น เป็นผังที่ดีหรือไม่ ยิ่งใครมีโครงการจะสร้างบ้าน หรือปรับปรุงบ้านใหม่ หากรู้วิธีการดูผังบ้านที่ถูกหลัก ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ผังบ้านที่ดี จะนำมาซึ่งพลังที่ดี ประหยัดทั้งเวลา ทั้งเงิน ไม่เพียงแค่ผู้จะสร้างบ้านหรือตกแต่งบ้านเท่านั้น ผู้ที่จะซื้อบ้าน หรือเช่าบ้าน ก็ควรรู้เทคนิคคร่าว ๆ ว่าผังแบบไหนดี ซึ่งวันนี้เลยนำเทคนิคในการเลือกผังบ้าน 7 ข้อไว้พิจารณา
111
1.ดูประตูทางเข้าบ้าน : ประตูทางเข้าบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน หรือไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และไม่ควรจะหันชนประตูตู้ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป ไม่ชนกับบันไดอย่างต่ำต้องห่างจากผนังหรือบันไดประมาณ 2-3 ฟุต และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะการเปิดออกเป็นการผลักพลังงานออกจากบ้าน

2.ดูประตูหน้าต่าง : ทั้งรูปร่าง และสถานที่ติดตั้งประตู หน้าต่างเป็นสิ่งที่สำคัญ พลังงานจะต้องมีการไหลเวียนเข้าทางประตู หน้าต่างในทุกจุดทุกบานหน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์กัน และเป็นช่องทางของแสงและพลังงานที่จะเข้ามาในบ้าน โดยหลัก ๆ แล้ว จุดที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ประตูบานอื่น ๆ ในบ้านตรงกับประตูทางเข้าบ้าน หรือหน้าต่างบานสูงใหญ่ ประตูแต่ละบานไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป และเมื่อเปิดบานประตูจะต้องไม่ชนกัน ประตูและหน้าต่างแต่ละบานจะต้องมีพื้นที่รอบ ๆ ของตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การมีหน้าต่างหลังบ้าน ยิ่งหลังบ้านมีหน้าต่างหลายบานพลังงานก็จะยิ่งอ่อนลง
222
3.ดูตำแหน่งและการออกแบบห้องนอน : ห้องนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย แต่บ้านจำนวนมากมีห้องนอนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น มีห้องนอนหลักอยู่บนโรงรถ หรือบนครัว รวมทั้งอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ห้องนอนนั้นต้องการพลังงานที่สงบ และสมบูรณ์เพื่อสนับสนุนการนอนพักผ่อน และเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ จุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องนอนต้องอยู่ด้านบนของพื้นที่ที่สงบหรือที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม เช่นอยู่เหนือบริเวณที่อ่านหนังสือ เหนือห้องรับประทานอาหารเย็น หรืออาหารเช้า หรืออาจจะเป็นบริเวณหลังบ้าน หลังจุดกึ่งกลางของบ้านเพื่อไม่ให้มีพลังของการจราจร ซึ่งเป็นความสับสนวุ่นวายเข้ามา และจุดที่ไม่ดีที่สุดก็คือ เหนือโรงรถ ครัว และออฟฟิศ การวางผังห้องนอนก็มีความสำคัญคือ ไม่ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ ตรงกับประตูห้องนอน และเตียงนอนไม่ควรอยู่ใต้หน้าต่าง แต่ควรมีหัวเตียงพิงกับผนัง

4.ตำแหน่งของห้องครัว : ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมาก 3 ห้องหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องครัวที่ดี จะนำมาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตำแหน่งห้องครัวที่ไม่ดีคืออยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน โดยเห็นเป็นห้องแรกเมื่อเข้ามาในบ้าน ไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำ ไม่ควรหันชนกับห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้บันได แต่จุดที่พอใช้ได้จะคือ อยู่ใกล้ห้องซักล้าง หรือโรงรถ ส่วนจุดที่ตั้งของเตาไฟนั้น ก็ให้ยึดหลักว่า เมื่อเวลาทำอาหาร เราไม่ควรหันหลังให้ประตู
111
5.ตำแหน่งของบันได : บันไดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน และตำแหน่งบันไดที่จัดว่าไม่ดี มี 3 ตำแหน่งคือ อยู่บริเวณกลางบ้าน หรือกลางสำนักงาน เพราะพลังงานบริเวณกึ่งกลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของบ้าน การมีบันไดจะทำให้มีพลังงานขึ้นลงมาขัดขวาง อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรตั้งบันไดก็คืออยู่ถัดจากประตูเข้าบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังชี่ ทำให้เกิดความเร่งรีบ การทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่มีความมั่นคง และอีกตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นจุดของสุขภาพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรัก และทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเงินทอง

6.ห้องน้ำ ห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า : เริ่มจากห้องน้ำ จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ บริเวณใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หันชนกับห้องครัว จุดที่เป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก และความสัมพันธ์ ส่วนห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า รวมทั้งตู้เก็บของนั้น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณต่อไปนี้ ห้องซักล้างไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอน หรือประตูทางเข้าบ้าน และไม่ควรมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับห้องนอน
111
7.ห้องสำหรับการรวมตัวของสมาชิกครอบครัว : ห้องดังกล่าวนี้ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต จุดที่ถือว่าเหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นจุดแรกคือบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรักและการแต่งงาน ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของเด็ก ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองทิศจึงนับว่าเป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับห้องที่เป็นที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้าน

“ฮวงจุ้ยกระจก” เลือกติดอย่างไรไล่พลังลบ รับพลังบวกให้บ้าน

มีคำกล่าวเกี่ยวกับกระจก กับหลักฮวงจุ้ยว่า กระจก เป็นสิ่งสำคัญ เสมือนเป็นยาแอสไพรินในหลักฮวงจุ้ยเลยทีเดียว การติดกระจก จะช่วยแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ได้ เพราะกระจกสามารถสะท้อนพลังทั้งพลังด้านบวกและพลังด้านลบออกไป

หลักการติดกระจกตามหลักฮวงจุ้ย มีดังนี้

– กระจกใช้ได้หลายอย่าง เรียกได้ว่าเป็นยาสำหรับรักษาหรือแก้ไขอาการของศาสตร์ฮวงจุ้ย

– กระจกสามารถส่งหรือเปลี่ยนพลังงานได้

– กระจกสามารถผลักดันพลังด้านลบ หรือสิ่งที่ไม่ดีออกไปได้

– กระจกสามารถดูดพลัง เพิ่มแสง ขยายพื้นที่ และกระตุ้นการไหลเวียนของพลังชี่

– กระจกเป็นสัญญาลักษณ์ที่แสดงตัวตน กระจกควรจะต้องใส ไม่ขุ่นมัว

– กระจก แสดงถึงธาตุน้ำในหลักฮวงจุ้ย

ผลของการติดกระจกตามหลักฮวงจุ้ย

– ต้องเลือกกระจกใส ไม่มีการแตกหรือบิ่น ไม่ติดกระเบื้อง เพราะกระเบื้อง จะสะท้อนพลังงาน ทำให้พลังงานแตกกระจาย

– ต้องทำความสะอาดกระจกบ่อย ๆ เพื่อให้กระจกใสอยู่เสมอ

– กระจกต้องสะท้อนให้เห็นภาพที่สวยงาม อาจจะเป็นวิวที่สวยงามจากภายนอก ถ้าเป็นไปได้

– หากจะติดกระจกบริเวณประตูทางออก อย่าติดตรงกับประตูเพราะจะเป็นการสะท้อนพลังออกไปเหมือนกับการขับไล่คนที่จะเข้ามา ไม่ให้เข้ามา

– การติดกระจกทรงสี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยมนั้น ติดเพื่อความสมดุล ส่วนกระจกแปดเหลี่ยมติดเพื่อสะท้อนพลัง และกระจกทรงกลมติดเพื่อความกลมกลืน

– กระจก ให้แขวนให้สูงพอเพียงพอในระดับที่เมื่อส่องแล้วเห็นศีรษะครบ เพราะหากศีรษะถูกตัดออกไป จะเป็นการสะท้อนตัวตน

– การติดกระจกหลังเตาไฟ ไม่เป็นผลดีกับความมั่งคั่ง

– ในการทำครัว ผู้ทำต้องอยู่ในจุดที่พร้อมสั่งการ ต้องมองเห็นทางเข้า หากทำอาหารโดยหันหลังให้กับประตูทางเข้าครัว ให้ติดกระจก เพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นได้ว่า มีใครเดินเข้ามาในครัว

– กระจกในห้องนอน หากใหญ่เกินไป ทำให้นอนหลับไม่สบาย ควรมีที่ปิด

– อย่าแขวนกระจกในมุมที่ส่องไปยังใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ

– การติดกระจกเพื่อการตกแต่งบ้านนั้น จะให้ผลดีที่สุด เมื่อติดในตำแหน่งที่สะท้อนให้เห็นวิว หรือวัตถุที่มีความสวยงาม

ประตูหน้าบ้าน กับประตูหลังบ้านตรงกัน ไม่ดีจริงหรือ ?

33

เรื่องของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้านตรงกันคนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ดี แต่ตามเพจ Horosociety199 มีข้อมูลดีๆ ของอ.ดลฤดี หมอดูไฮโซ มาฝากเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้าน ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าจริงหรือที่ว่าประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกันแล้วจะไม่ดี

ประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศที่ดีก็ใช้โชค

คงได้ยินกันบ่อยๆว่า หากประตูหน้าบ้านและประตูหลังบ้านตรงกันจะไม่ดี แต่ความเชื่อนี้ก็ไม่ได้จริงเสมอไปนะคะ เพราะหากประตูหน้าอยู่ในทิศที่ให้โชคเช่น ทิศมังกร ซึ่งมีพลังชี่หรือก็คือพลังที่ให้โชคดีๆ พัดเข้าบ้านตลอด ทุกครั้งที่มีคนมาหาก็จะนำเรื่องดีๆ หรือโชคลาภมาให้เสมอ ทำให้มีรายได้เข้าบ้านตลอด

111

ประตูหลังบ้านตรงกับประตูหน้าบ้านทิศให้โชค…ไม่เป็นไร

ส่วนหลังบ้านถ้ามีประตูตรงกันก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่เปิดประตูตรงนั้นนานๆ ที โชคก็จะไม่ไหลออกไปข้างนอกแล้วค่ะ อีกอย่างเวลาเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อรับแขกหรือเพื่อเข้า-ออกจากบ้าน ประตูด้านหลังก็มักจะปิดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรรั่วไหลออกไปได้ ทำให้โชคหมุนเวียนอยู่แต่ในบ้าน ยิ่งเรามีพัดลมติดฝ้าเพดาน เป็นพัดลมซี่ๆ หรือพัดลมหมุนรอบตัว จะยิ่งทำให้บ้านมีโชคลาภอยู่ตลอด ใครมาหาก็จะพาโชคมาให้ได้ชื่นใจเสมอ

ประตูหลังบ้านอยู่ในทิศไม่ดี อาจทำให้ล้มละลาย

แต่ถ้าประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศไม่ดี ก็อาจเกิดคดีความ ล้มละลาย หรือเจ็บป่วยได้ เราจึงต้องเปิดประตูหน้าบ้านและหลังบ้านที่ตรงกันไว้ตลอดเวลา โดยอาจจะมีประตูมุ้งลวดเป็นประตูด้านในไว้กันยุงกันฝุ่นทั้งประตูหน้าและหลัง เพื่อให้ลมพัดเอาสิ่งไม่ดีที่เข้ามาทางหน้าบ้านออกไปทางหลังบ้านได้เลย ไม่เก็บไว้ในบ้านให้เป็นเรื่อง ซึ่งเป็นทางแก้ที่ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงินทุบหรือทำอะไรเลยค่ะ

กั้นป้องกันสิ่งไม่ดี

หรือบางคนอาจหาตู้โชว์หรือสิ่งของมากั้นไว้ระหว่างกลาง เพื่อไม่ให้ประตูด้านหน้าและหลังตรงกันก็ได้ แต่วิธีนี้ให้ทำเฉพาะเคสที่ประตูหน้าอยู่ในทิศที่ไม่ดีนะคะ เพราะปกติแล้ว บ้านเราควรจะเป็นห้องโล่งโปร่งสบายมีเฟอร์นิเจอร์วางเป็นระเบียบ การไปกั้นห้องแยกเป็นหลายห้องเยอะๆ จะยิ่งดูลึกลับซับซ้อนมากไป ทำให้บ้านดูแคบลงและอึดอัดเพราะทึบไปหมดจนหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งถ้าประตูหน้าเป็นทิศให้โชคแล้วดันไปกั้นห้องเยอะๆ แบบนี้ อาจทำให้พลังโชคไหลเข้ามาได้ไม่เต็มที่ เพราะทางเดินลมไหลไม่สะดวก

ก่อนคิดต่อเติมบ้านต้องดูให้ดี

ส่วนการต่อเติมบ้านไม่ว่าจะด้านหน้าหรือหลังเราต้องรู้ก่อนว่าจุดที่จะต่อเติมเป็นจุดดีของบ้านหรือไม่ โดยการดูฮวงจุ้ยวัดองศาบ้านเพื่อให้สามารถแยกได้ว่าหลังบ้านเป็นทิศอะไร จุดดีหรือไม่ดีอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วหากจะต่อเติมตรงนั้นจะดีหรือไม่ เพราะการต่อเติมบ้านมันต้องใช้เงินเยอะและไม่ได้รื้อถอนออกไปง่ายๆ เราจึงควรดูฮวงจุ้ยให้แน่ใจเสียก่อนว่า ที่สำคัญต้องดูว่าจะใช้ห้องที่ต่อเติมเพื่อทำอะไร แม้กระทั่งใช้เป็นลานซักผ้า เพราะหากอยู่ในจุดที่ไม่ดีแม่บ้านก็อาจขี้เกียจทำงาน เสื้อผ้าก็จะถูกหมักไว้หลายวันก่อนนำไปซัก ทำให้เกิดการหมักหมมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หรือหากอยู่ตรงจุดล้างทำความสะอาด แม่บ้านก็อาจทำแบบขอไปที ภาชนะต่างๆอาจจะมีเชื้อโรคแฝงอยู่ถ้านำไปใช้ ก็อาจสร้างความเจ็บป่วยให้คนในบ้านได้แบบไม่รู้ตัว

ทิศของบ้านสำคัญมาก

นั่นคือกรณีที่เราซื้อไปแล้วนะคะ แต่หากยังไม่ได้ซื้อ เราก็ควรดูให้ดีว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในทิศให้คุณให้โทษอย่างไร เพราะถ้าใช้หลับนอนเฉยๆ ก็คงไร้ประโยชน์ การทำให้มีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้นด้วยก็น่าจะดีกว่านะคะ อีกอย่างบ้านที่เราอยู่อาศัยก็ต้องใช้เงินซื้อมาแพง อย่าคิดว่าซื้อตามที่ชอบหรือขึ้นอยู่กับบุญวาสนาเลยค่ะ เพราะการลงทุนซื้อบ้านไปครั้งนึง ก็ต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเหมือนกันนะคะกว่าจะมีปัญญาซื้อใหม่อีกหลัง ดังนั้นควรเช็คก่อนซื้อดีกว่าจะได้อยู่อย่างมีความสุขค่ะ

ฮวยจุ้ยภายใน

ฮวยจุ้ย

 

ฮวงจุ้ย ที่ดีอยู่ดีมีสุข ร่ำรวยๆ

[metaslider id=77]

            ลานหน้าบ้านทำหน้าที่ในการรวบรวม พลังมงคล เรียกกันว่า พลังชี่ (พลังงานจักรวาล) หรือปราณมงคล ที่มักจะกระจายตัวอยู่ทุกหนแห่งจากสภาพแวดล้อม ให้มาพักรวมตัวกันที่บริเวณลานหน้าบ้าน ก่อนที่พลังมงคลเหล่านั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อาคารบ้านเรือนเพื่ออำนวยผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรื่องให้กับผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านนั้นเอง

            พื้นที่บริเวณลานหน้าบ้านนั้น เรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อบ้านในวิชาฮวงจุ้ย บางตำราถึงขนาดเรียกขานพื้นที่บริเวณนี้ว่าเป็น ลานรับโชค เพราะตามหลักวิชาฮวงจุ้ยถือว่า ลานหน้าบ้านเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านกับโลกภายนอก หรือความเป็นส่วนตัวของมนุษย์กับสภาพแวดล้อม

ฮวยจุ้ย

1. ดูประตูทางเข้าบ้าน : ประตูทางเข้าบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน หรือไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และไม่ควรจะหันชนประตูตู้ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป ไม่ชนกับบันไดอย่างต่ำต้องห่างจากผนังหรือบันไดประมาณ 2-3 ฟุต และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะการเปิดออกเป็นการผลักพลังงานออกจากบ้าน

ฮวยจุ้ย

2. ดูประตูหน้าต่าง : ทั้งรูปร่าง และสถานที่ติดตั้งประตู หน้าต่างเป็นสิ่งที่สำคัญ พลังงานจะต้องมีการไหลเวียนเข้าทางประตู หน้าต่างในทุกจุดทุกบานหน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์กัน และเป็นช่องทางของแสงและพลังงานที่จะเข้ามาในบ้าน โดยหลัก ๆ แล้ว จุดที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ประตูบานอื่น ๆ ในบ้านตรงกับประตูทางเข้าบ้าน หรือหน้าต่างบานสูงใหญ่ ประตูแต่ละบานไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป และเมื่อเปิดบานประตูจะต้องไม่ชนกัน ประตูและหน้าต่างแต่ละบานจะต้องมีพื้นที่รอบ ๆ ของตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การมีหน้าต่างหลังบ้าน ยิ่งหลังบ้านมีหน้าต่างหลายบานพลังงานก็จะยิ่งอ่อนลง

ฮวยจุ้ย
3. ดูตำแหน่งและการออกแบบห้องนอน : ห้องนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย แต่บ้านจำนวนมากมีห้องนอนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น มีห้องนอนหลักอยู่บนโรงรถ หรือบนครัว รวมทั้งอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ห้องนอนนั้นต้องการพลังงานที่สงบ และสมบูรณ์เพื่อสนับสนุนการนอนพักผ่อน และเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ จุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องนอนต้องอยู่ด้านบนของพื้นที่ที่สงบหรือที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม เช่นอยู่เหนือบริเวณที่อ่านหนังสือ เหนือห้องรับประทานอาหารเย็น หรืออาหารเช้า หรืออาจจะเป็นบริเวณหลังบ้าน หลังจุดกึ่งกลางของบ้านเพื่อไม่ให้มีพลังของการจราจร ซึ่งเป็นความสับสนวุ่นวายเข้ามา และจุดที่ไม่ดีที่สุดก็คือ เหนือโรงรถ ครัว และออฟฟิศ การวางผังห้องนอนก็มีความสำคัญคือ ไม่ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ ตรงกับประตูห้องนอน และเตียงนอนไม่ควรอยู่ใต้หน้าต่าง แต่ควรมีหัวเตียงพิงกับผนัง

ฮวยจุ้ย

4. ตำแหน่งของห้องครัว : ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมาก 3 ห้องหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องครัวที่ดี จะนำมาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตำแหน่งห้องครัวที่ไม่ดีคืออยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน โดยเห็นเป็นห้องแรกเมื่อเข้ามาในบ้าน ไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำ ไม่ควรหันชนกับห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้บันได แต่จุดที่พอใช้ได้จะคือ อยู่ใกล้ห้องซักล้าง หรือโรงรถ ส่วนจุดที่ตั้งของเตาไฟนั้น ก็ให้ยึดหลักว่า เมื่อเวลาทำอาหาร เราไม่ควรหันหลังให้ประตู

ฮวยจุ้ย

5. ตำแหน่งของบันได : บันไดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน และตำแหน่งบันไดที่จัดว่าไม่ดี มี 3 ตำแหน่งคือ อยู่บริเวณกลางบ้าน หรือกลางสำนักงาน เพราะพลังงานบริเวณกึ่งกลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของบ้าน การมีบันไดจะทำให้มีพลังงานขึ้นลงมาขัดขวาง อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรตั้งบันไดก็คืออยู่ถัดจากประตูเข้าบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังชี่ ทำให้เกิดความเร่งรีบ การทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่มีความมั่นคง และอีกตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นจุดของสุขภาพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรัก และทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเงินทอง

ฮวยจุ้ย

6. ห้องน้ำ ห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า : เริ่มจากห้องน้ำ จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ บริเวณใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หันชนกับห้องครัว จุดที่เป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก และความสัมพันธ์ ส่วนห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า รวมทั้งตู้เก็บของนั้น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณต่อไปนี้ ห้องซักล้างไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอน หรือประตูทางเข้าบ้าน และไม่ควรมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับห้องนอน

ฮวยจุ้ย

7. ห้องสำหรับการรวมตัวของสมาชิกครอบครัว : ห้องดังกล่าวนี้ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต จุดที่ถือว่าเหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นจุดแรกคือบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรักและการแต่งงาน ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของเด็ก ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองทิศจึงนับว่าเป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับห้องที่เป็นที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้าน

ฮวยจุ้ย