เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน…ให้เหมาะสมและลงตัว

บ้านเป็นสถานที่พักพิง เป็นที่ๆคนหลายคนมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว และเป็นสถานที่สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้านเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้น มีหลายท่านที่เลือกสีทาบ้านตามวันเกิด เพราะเชื่อในเรื่องดวงชะตา แต่ก็มีอีกหลายท่านเช่นกันที่เลือกสีทาบ้านตามความชอบของตนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ควรศึกษารายละเอียดและหลักในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อทำให้บ้านซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราดูเหมาะสมและลงตัวมากทีสุด

1. พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน : สำหรับท่านที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ อย่างสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส และทำให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่มากขึ้น กรณีัที่บ้านของคุณดูกว้างเกินโล่งเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น

2. สีทาบ้านสีกลางๆอาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป : หลายท่านอาจคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นๆได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆก็อาจทำใ้ห้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น

3. ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ : หลังจากตัดสินใจเืลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์ให้เฉดสีออกมาต่างกัน ฉะนั้นคุณควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย หากได้ตามที่คุณต้องการก็ไปซื้อเลยค่ะ

4. เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของต่างๆภายในบ้าน : การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆภายในบ้าน จะำทำให้การตกแต่งบ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิ พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หลังงานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วยก็ยิ่งดี

aroundtheworldin80schools

จัดสวนในบ้านอย่างไร ให้มีฮวงจุ้ยที่ดี

หลายครั้งเวลาที่ผมได้ให้คำปรึกษาเรื่อง “ฮวงจุ้ย” มักจะได้รับคำถามว่าภายนอกบ้าน อาคาร สำนักงาน นั้นจำเป็นจะต้องดูฮวงจุ้ยประกอบด้วยหรือไม่ หรือเป็นส่วนที่มีความสำคัญในศาสตร์ของฮวงจุ้ยหรือไม่ เพราะบางครั้งเราจะนึกกันไปว่าเฉพาะภายในของสถานที่พักอาศัยเท่านั้นถึงจะมีผลกับเรา แต่แท้จริงแล้ว การจัดฮวงจุ้ยที่ดี เราจะต้องเริ่มตั้งแต่ภายนอกของตัวบ้านหรืออาคาร เพราะสิ่งแวดล้อมภายนอกนั้นจะเป็นตัวบอกว่าบ้านหรืออาคารของเรานั้นจะสามารถดึงเอากระแสพลังที่ดีให้เข้ามาหาเราได้มากขนาดไหน จนซินแสฮวงจุ้ยหลายๆ ท่านกล่าวไว้ว่า หากชัยภูมิภายนอกไม่ดีพอก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาภายในของบ้านหรืออาคารนั้น ๆ ดังนั้น “สวนในบ้าน” จึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการพิจารณาฮวงจุ้ยที่ดี เพราะหากบ้านของเราไม่มีสวน เช่นเป็นอาคารพาณิชย์ หรือ คอนโดมิเนียม หากสภาพภายนอกมีลักษณะฮวงจุ้ยที่ไม่ดี การแก้ไขจะสามารถทำได้ยาก แต่หากเป็นบ้านหรืออาคารที่มีพื้นที่ด้านนอกเป็นของตนเอง หรือมีสวนอยู่ภายในที่ดินตัวเอง เราก็สามารถจะใช้ในการปรับปรุงฮวงจุ้ยภายนอกของตัวบ้านหรืออาคารให้ดีขึ้นได้ แม้ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกที่ดินของเราอาจจะมีฮวงจุ้ยที่ไม่ดีนั่นเอง โดยลักษณะฮวงจุ้ยของสวนที่ดีนั้น มีดังต่อไปนี้

การจัดสวนหน้าบ้านที่ โปร่ง โล่ง ถือเป็นหลักการสำคัญอย่างหนึ่ง โดยตำแหน่งน้ำที่ได้รับการประเมินจากซินแส ก็จะช่วยในการกระตุ้นโชคลาภของบ้านได้ด้วย TerraAds สวนบริเวณหน้าบ้าน ควรจะโปร่ง โล่ง เป็นลานสะสมพลังให้กับตัวบ้าน ไม่มีต้นไม้ใหญ่กีดขวางโดยเฉพาะบริเวณหน้าประตูทางเข้าของตัวบ้าน เพราะจะถือว่าขวางกระแสพลังไหลเข้าบ้าน หากต้องการให้มีต้นไม้ เน้นเป็นต้นไม้พุ่มลักษณะไม่สูงมาก หรือหากต้องการมีต้นไม้ใหญ่จริงๆ ก็ควรปลูกอยู่ที่หัวมุมของสวนหน้าบ้าน เพื่อจะได้ไม่ขวางกระแสพลังที่จะส่งเข้าบ้าน มากไปกว่านั้น หากหน้าบ้านหรืออาคารของท่านพบกับองศาทิศทางที่ดี เป็นทิศทางที่เสริมโชคลาภของการจัดฮวงจุ้ยในยุคที่ 8 (พ.ศ.2547-2567) การทำบ่อน้ำพุ น้ำล้น น้ำตก หรือบ่อปลาเสริม ก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นพลังดีให้ไหลเวียนตลอดเวลา ยิ่งเสริมความเป็นมงคลมากขึ้นไปอีกด้วย และหากบ้านของท่านอยู่ในโครงการจัดสรรหรือทำเลที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัย การทำรั้วหน้าบ้านที่ดี ควรมีสัดส่วนของความโปร่งโล่งอยู่พอสมควร ไม่ควรทำรั้วที่ทึบแน่นจนเกินไป เพื่อจะทำให้กระแสพลังดีจากภายนอกยิ่งส่งพลังเข้ามาภายในตัวที่ดินของเราได้สะดวก

รั้วหรือกำแพงด้านข้างของที่ดิน หากทำเป็นรั้วทึบ หรือกำแพงต้นไม้ จะช่วยในการเก็บกระแสพลังที่ดีให้กับตัวบ้านได้ สวนบริเวณข้างบ้าน ควรดูโอบตัวที่ดินของเราไว้ทั้งสองด้าน เพื่อช่วยเก็บกระแสพลังไว้ภายในตัวบ้านหรืออาคารของเรา เช่น การทำรั้วบริเวณด้านข้างบ้านทึบกว่าบริเวณรั้วด้านหน้าบ้าน การปลูกต้นไม้ทรงสูงตามแนวสวนด้านข้างบ้านให้สูงขึ้นมากว่ากำแพงรั้วเล็กน้อย การทำระแนงไม้เสริมรั้วด้านข้างของตัวบ้านให้สูงกว่ารั้วด้านหน้าบ้านเล็กน้อย จะช่วยให้บ้านหรืออาคารนั้นเก็บกระแสพลังที่ไหลเข้ามาจากบริเวณสวนหน้าบ้านได้ดีมากขึ้นไปอีก โดยการดูฮวงจุ้ยในหลักชัยภูมิเบื้องต้น ก็จะมีความเชื่อว่า ทิศด้านซ้ายมือของบ้าน เมื่อเรายืนจากในบ้านแล้วหันหน้าออก จะเป็นทิศที่เสริมฝ่ายชาย ซินแสหลายท่านเรียกกว่า ทิศมังกรเขียว ถ้าลักษณะของการจัดสวนหรือการปลูกต้นไม้ของสวนในฝั่งนี้โดดเด่นดูมีพลัง ก็จะเสริมให้สมาชิกที่เป็นผู้ชายในบ้านโดดเด่น หาเงินหาทองได้เก่ง ในทางกลับกันหากการจัดสวนใน ทิศด้านขวามือของบ้าน ให้โดดเด่น จะเป็นทิศที่เสริมฝ่ายหญิง หรือที่ซินแสหลายท่านเรียกว่า ทิศเสือขาว ก็จะทำให้สมาชิกที่เป็นผู้หญิงในบ้านโดดเด่นมีโชคลาภ

สวนหลังบ้านคือตำแหน่งบารมีของตัวบ้าน การทำเนินดินหรือเสริมสวนหินสวยๆ สามารถเสริมพลังให้บ้านได้เช่นเดียวกัน สวนบริเวณหลังบ้าน ควรจะดูหนักแน่นมั่นคง เพราะหลังบ้านนั้นตามศาสตร์ฮวงจุ้ยมองว่าเป็น ทิศบารมีของเจ้าบ้าน นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เป็นจุดเก็บพลังให้กับบ้านหรืออาคารของท่านอีกด้วย ดังนั้น การจัดสวนลักษณะที่เป็นสวนหิน หรือมีเนินดินสวยงาม ก็จะช่วยเสริมความหนักแน่นมั่นคง เสริมอำนาจบารมี ให้กับท่านได้ โดยการเลือกใช้หินนั้นพยายามเลือกให้ดูสวยงามราบรื่นจะยิ่งเป็นมงคล นอกจากนั้น การทำรั้วด้านหลังบ้านหรืออาคารให้สูงกว่าด้านอื่นๆก็จะยิ่งช่วยเก็บพลังให้กับบ้าน ของท่านได้ หรือจะใช้เป็นการปลูกต้นไม้สูงตามแนวรั้วด้านหลังบ้าน หรือตีระแนงเสริมกำแพงด้านหลังบ้านให้สูงมากขึ้น ล้วนแล้วแต่ช่วยในการเก็บกระแสพลังให้บ้านของท่านได้เช่นเดียวกัน ต้องระวังการต่อเติมหลังบ้านจนทึบตันกระแสลมไหลเวียนไม่ได้ จะทำให้บ้านของท่านไม่มีโชคเสริม ไม่มีธุรกิจในอนาคต การเก็บข้าวของหลังบ้านจนรกสกปรกก็จะทำให้บารมีเสียหาย ผู้คนไม่เคารพนับถือ สิ่งที่ได้กล่าวมานั้นเป็นหลักการเบื้องต้นของการจัดสวนให้เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ยครับ แต่ในหลักวิชาการชั้นสูงนั้นท่านควรได้รับการประเมินจากซินที่มีประสบการณ์อย่างละเอียด ทั้งจาก วัน เดือน ปี เวลาเกิดของท่านและสมาชิกภายในบ้าน ร่วมกับการวัดองศาทิศทางของบ้านหรืออาคาร ของท่านโดยละเอียด เพื่อจะได้ทราบตำแหน่งและทิศทางที่เสริมรูปดวงของท่านและสมาชิกภายในบ้าน ก็จะช่วยในการจัดฮวงจุ้ยสวนในบ้านของท่านได้ละเอียดมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้บ้านหรืออาคารของท่านมีฮวงจุ้ยที่ดี เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นไปอีกครับ

guttaupr

ฮวงจุ้ยกับการเลือกโคมไฟติดบ้าน เสริมพลังความร่ำรวย

เรื่องของฮวงจุ้ย ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่แม้ว่าวันเวลาจะผ่านเข้าสู่ยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่เรื่องความเชื่อที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจเหล่านี้กลับยังเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคม เช่นเดียวกันกับการจัดฮวงจุ้ยบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในการออกแบบสร้างบ้านที่มีราคาแพง การนำเอาฮวงจุ้ยเข้ามาประยุกต์ใช้ ยิ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากการออกแบบบ้านให้เป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือการเลือกตำแหน่งจัดวางสำหรับห้องต่างๆ เพียงเท่านั้น แสงสว่างก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง การติดตั้งหลอดไฟและโคมไฟแบบต่างๆ ซึ่งในทางหลักฮวงจุ้ยแล้วสื่อถึงธาตุไฟ มีความหมายถึงการกระตุ้นพลังอันเป็นมงคล ดังนั้นใครที่สนใจศาสตร์นี้ ควรติดตั้งโคมไฟในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับพลังดีๆ เข้าสู่บ้าน เพิ่มความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง และยังเพิ่มความสวยงามให้บ้านกลายเป็นสวรรค์ของการพักผ่อนที่โอบล้อมไปด้วยความสุขอีกด้วย

การติดตั้งโคมไฟกับความสัมพันธ์ตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยว่าด้วยมาตรฐานในการติดตั้งโคมไฟ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟตั้งพื้น, โคมไฟตั้งโต๊ะ, โคมไฟติดผนัง หรือโคมไฟแขวนเพดาน ก็ควรถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยพื้นฐานแล้วจะมีจุดประสงค์เด่นๆ อยู่ที่เรื่องของทิศทั้ง 8 ซึ่งได้แก่ ทิศเหนือ, ทิศใต้, ทิศตะวันออก, ตะวันตก, ตะวันออกเฉียงเหนือ, ตะวันออกเฉียงใต้, ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ละทิศที่ติดตั้งหลอดไฟเพื่อให้แสงสว่าง จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเสริมด้านในของชีวิตมากเป็นพิเศษ

หลักการติดตั้งตำแหน่งหลอดไฟกระตุ้นพลังชีวิต

หลักการติดตั้งง่ายๆ คือการระบุตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่ต้องการให้เกิดความกระตุ้นโชคลาภเข้ามาในบ้าน เน้นเสริมหน้าที่การงานและการเงินของตัวเอง หากติดตั้งโคมไฟที่ทิศเหนือจะเป็นการเสริมอาชีพการงาน ทิศใต้จะเป็นการเสริมเรื่องชื่อเสียง ทิศตะวันออกจะเป็นการเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ทิศตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นการเสริมความร่ำรวย ทิศเหนือเสริมโชคด้านการศึกษาเรียนรู้ และทิศตะวันตกเฉียงเหนือเน้นเสริมเรื่องการถูกอุปถัมภ์และมิตรสหายที่ดี

ตำแหน่งของการติดตั้งหลอดไฟและโคมไฟให้ถูกตำแหน่ง

หากต้องการวางระบบโคมไฟภายในบ้านให้เหมาะสมมากที่สุด ถูกตำแหน่งมากที่สุดตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะเป็นทั้งการช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในบ้าน ได้บรรยากาศที่สวยงามด้วยสไตล์ของโคมไฟตกแต่งที่มีหลากหลายชนิดให้เลือก โดยเริ่มกันตั้งแต่ด้านนอกสุดของตัวบ้านคือประตูรั้ว หลักๆ ต้องประกอบด้วยไฟ 2 ดวง วางข้างประตู เป็นโคมไฟที่เปิดทิ้งไว้ในช่วงกลางคืนเพื่อช่วยดึงโชคลาภเข้ามา ถัดเข้ามาบริเวณประตูหน้าบ้านหรือทางเข้าบ้าน เน้นหลอดไฟที่มีความสว่าง อย่าปล่อยให้ทางเข้ามืด ติดโคมไฟเก๋ๆ อย่างน้อยสักดวง ซึ่งอาจจะเป็นโคมไฟตั้งพื้นหน้าบ้านที่มีสไตล์เข้ากับตัวบ้านสักหน่อยก็ดูน่าดึงดูดมากขึ้นแล้ว ส่วนของไฟห้องนอนให้เน้นเป็นไฟที่ไม่สว่างจ้า หลีกเลี่ยงการใช้หลอดไฟแบบเปลือย เลือกโคมไฟที่กรองแสง ติดตั้งเป็นโคมไฟติดผนัง และมีโคมไฟตั้งโต๊ะสักอันสำหรับใช้เป็นมุมอ่านหนังสือ ซึ่งจะช่วยให้ห้องนอนเป็นห้องที่ผ่อนคลาย ไม่มีแสงไฟรบกวนในช่วงที่ต้องการนอนหลับพักผ่อน

ต่อมาคือไฟของห้องน้ำ เน้นเป็นไฟที่มีความสว่างเป็นพิเศษ ให้เห็นรายละเอียดชัดเจน เช่นเดียวกันกับห้องครัว เพื่อป้องกันอันตราย และช่วยให้เกิดการไหลเวียนของธาตุหยินหยางอย่างสมดุล บ้านไหนที่มีห้องทำงาน การติดตั้งไฟควรเน้นเป็นไฟที่มีแสงสว่าง อาจจะเลือกเป็นแบบ Daylight เพื่อช่วยกระตุ้นพลังให้เกิดความรู้สึกมีชีวิตชีวา พร้อมสำหรับการทำงาน กระฉับกระเฉงได้เต็มที่ ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการใช้โคมไฟสลัวๆ เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกเกียจคร้านนั่นเอง

หลอดไฟกับแสงที่ควรใช้ให้เข้ากับหลักฮวงจุ้ย

สีของแสงไฟตามหลักฮวงจุ้ย หากไม่อยากเกิดความยุ่งยาก แนะนำเป็นแสงสีขาวจะดีที่สุด เนื่องจากแสงขาวคือแหล่งรวมแสงทุกเฉดสีเข้าไว้ด้วยกัน แต่หากต้องการหลอดไฟสีอื่นๆ ควรเลือกแสงให้ตรงกับทิศทางที่ติดตั้ง กรณีเป็นทิศตะวันออกจะสัมพันธ์กับแสงไฟสีเขียว, ทิศตะวันตกสัมพันธ์กับแสงสีขาว, ทิศใต้สัมพันธ์กับแสงสีแดง และทิศเหนือสัมพันธ์กับแสงไฟสีฟ้า แต่หากไม่แน่ใจว่าต้องการเน้นทิศไหนเป็นพิเศษ ก็อย่าลืมเลือกใช้แสงสีขาวเป็นหลักไปก่อนในทุกทิศก็ได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าแสงสว่างจากโคมไฟรอบๆ บ้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านนอกหรือด้านในล้วนมีความสำคัญ ซึ่งหลักฮวงจุ้ยไม่ใช่เป็นความเชื่อเพื่อให้เกิดความสบายใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์ไปถึงความลงตัวในการใช้งานที่มีเหตุและผล ช่วยให้แสงไฟในบ้านถูกใช้งานได้อย่างมีประโยชน์ แถมเติมเสน่ห์ให้บ้านดูสวยงาม สร้างบรรยากาศที่ดีในการพักอาศัยอีกด้วย

aroundtheworldin80schools

แต่งห้องนอนสีฟ้าตามหลักฮวงจุ้ย และการจับคู่สีให้สวย ดูดี น่าทิ้งตัวนอน !

ห้องนอนสีฟ้า ถ้ามีห้องนอนสวย ๆ ด้วยสีฟ้า ตกแต่งอย่างไร มาดูวิธีตกแต่งและแบบห้องนอนสีฟ้าสวย ๆ พร้อมตัวอย่างโค้ดสีช่วยเนรมิตห้องนอนให้น่านอนกันค่ะ 

สีฟ้า เป็นสีที่มีความสวยงาม อีกทั้งยังให้ความรู้สึกสงบ สดชื่น และผ่อนคลายไปได้ในตัวด้วย หลาย ๆ คนจึงอยากจะแต่งห้องนอนด้วยสีนี้ ทว่านอกจากเรื่องของความสวยงามแล้ว สีฟ้ายังมีอิทธิพลทางด้านจิตวิทยาและมีความสัมพันธ์กับฮวงจุ้ยด้วย โดยถ้าหากอยากรู้ว่าห้องนอนสีฟ้าจะมีความหมายอย่างไร ดีงามแค่ไหน มีหลักฮวงจุ้ย เป็นอย่างไร หรือเหมาะจะแต่งคู่กับสีอะไรบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมข้อมูลมาฝากกันแล้วค่ะ

1. ห้องนอนสีฟ้าดีอย่างไร ?

เชื่อว่าสีฟ้าน่าจะเป็นสีโปรดในดวงใจของใครหลาย ๆ คน เพราะสีฟ้าเปรียบเสมือนตัวแทนของท้องทะเลและท้องฟ้าที่สวยงาม แถมยังเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่น ความกว้างขวาง ความสงบ ความผ่อนคลาย และความมั่นใจ อีกทั้งยังเป็นสีที่สวยงาม มองดูแล้วช่วยกระตุ้นความคิดในแง่ดีและช่วยเสริมให้มีความมั่นใจแน่วแน่มากยิ่งขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกใช้สีฟ้าในการตกแต่งบ้านเรือนและห้องต่าง ๆ รวมถึงห้องนอนกันด้วย

โดยการแต่งห้องนอนสีฟ้าจะเหมาะทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ เนื่องจากห้องนอนสีฟ้าจะให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระ ไร้ขอบเขต อบอุ่น สะดวกสบาย และมองดูสว่าง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้รู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข สงบ มีความมั่นใจ และช่วยเสริมในเรื่องของสุขภาพได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาการนอน ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถใช้สีฟ้าในการตกแต่งห้องนอนคู่กับสีอื่น ๆ ได้หลากหลายสีสันเลยด้วย ซึ่งแต่ละสีที่นำมาคู่กันก็จะให้ความรู้สึกและสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การแต่งห้องนอนด้วยสีฟ้าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดีย

2. ฮวงจุ้ยห้องนอนสีฟ้า

เนื่องจากห้องนอนเป็นห้องสำหรับพักผ่อน เราจึงไม่ควรใช้สีโทนร้อนในการตกแต่ง แต่ควรใช้เป็นสีโทนเย็นเพื่อเสริมเรื่องความผ่อนคลายแทน โดยสีฟ้าก็ถือเป็นสีที่อยู่ในโทนเย็นและยังเป็นสีในธาตุน้ำ ที่มีจุดเด่นในเรื่องความสงบและความผ่อนคลาย ทำให้เชื่อกันว่าสีฟ้าเป็นสีที่เหมาะกับห้องนอนอีกสีหนึ่ง อีกทั้งตามหลักหยิน-หยางแล้ว สีฟ้าเป็นสีหยิน ที่ช่วยในเรื่องของสมาธิ การบำบัดรักษา และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

ส่วนทิศห้องนอนที่เหมาะจะตกแต่งด้วยสีฟ้ามาก ๆ มีอยู่ด้วยกัน 2 ทิศ คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศเหนือ เนื่องจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่เหมาะกับธาตุไม้ (สีเขียว, สีน้ำตาล) และธาตุน้ำ (สีฟ้า, สีดำ) ส่วนทิศตะวันตกเป็นทิศที่เหมาะกับธาตุน้ำ (สีฟ้า,สีดำ) นั่นเอง แต่ก็แน่นอนว่าไม่ควรจะเลือกใช้สีฟ้าสีเดียวแต่งทั่วทั้งห้อง แต่ควรใช้สีฟ้าตกแต่งแบบเหมาะสม แล้วใช้สีอื่นช่วยแต่งแทน ก็จะได้ห้องสวย ๆ ที่เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว

นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว การแต่งห้องนอนสีฟ้าอ่อนยังมีความหมายดี ๆ ทางจิตวิทยาและสามารถเสริมฮวงจุ้ยให้เราได้ รวมถึงยังนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับสีอื่น ๆ ได้แบบหลากหลายเลยด้วย ฉะนั้นถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องนอนดี ๆ อยู่ อย่าพลาดลองสีฟ้าเด็ดขาด

aroundtheworldin80schools

แต่งบ้านสวยสดชื่นรับเทศกาลแห่งความสุข

ไม้ดอกไม้ประดับธรรมดาก็อาจดูสวยแปลกตาขึ้นมาได้เหมือนกัน เรามีวิธีแต่งบ้านด้วยของตกแต่งจากธรรมชาติมาฝากให้ลองนำไปปรับใช้กับการแต่งบ้านรับเทศกาลส่งท้ายปีดู

1. ไม่จำเป็นต้องทำอะไรซับซ้อน แค่จัดวางอย่างง่ายๆ ก็พอ เพราะดอกไม้ของคุณก็สวยดีอยู่แล้ว เลือกดอกไม้ 2-3 ชนิดที่ชอบ มาจัดใส่แจกันร่วมกับกิ่งไม้อีกนิดๆ หน่อยๆ เท่านี้ก็ได้ลุคที่ดูสวยและเป็นธรรมชาติแล้ว

2. ไม่มีวิธีใดจะทำให้ตื่นรับวันใหม่ได้สดใสเท่านี้ ก้านใบยูคาลิปตัสที่นำมาห้อยไว้เหนือหัวเตียง นอกจากช่วยประดับโครงเตียงให้ดูสวยสดใสขึ้นได้แล้ว ยังช่วยทำให้อากาศในห้องนอนสดชื่นขึ้นไปพร้อมกันด้วย

3. แต่งโต๊ะอาหารให้ดูอลังการอย่างง่ายๆ แค่หาก้านใบยูคาลิปตัสหรือก้านไม้อื่นมาพันประดับห่วงใต้โคมไฟระย้าเหนือโต๊ะอาหาร (โคมไฟระย้า VINTER 2017/วินเตอร์ 2017 มีห่วงติดใต้โคม จึงพันกิ่งไม้อ่อนๆ เข้ากับโคมได้ง่าย) สร้างบรรยากาศให้เหมือนได้นั่งดินเนอร์ใต้ร่มใบของพรรณไม้ที่โปรดปราน

guttaupr

8 คริสตัลที่ได้รับความนิยมตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่า เครื่องประดับจำพวกคริสตัลนั้น ช่วยเสริมพลังให้เราได้ ทั้งคริสตัล และหิน มีพลังอย่างน่าประหลาดบางชนิดก็เสริมในเรื่องอำนาจ ความเข้มแข็ง บางชนิดก็ช่วยขจัดพลังด้านลบ และยังคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย จึงมีการนำเอาคริสตัลนั้นมาใช้กันในหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการปกป้องตนเองจากสิ่งไม่ดี การเสริมพลัง หรือแม้กระทั่งความรัก

คริสตัลและหินเหล่านี้ นอกจากจะใช้เป็นเครื่องประดับแล้ว หลาย ๆ คนยังนิยมนำมาตกแต่งสถานที่ และ 8 ชนิดต่อไปนี้ เป็นคริสตัลและหิน ที่ได้รับความนิยมมากตามหลักฮวงจุ้ย

1.ควอตซ์ใส เป็นคริสตัลที่นำมาใช้กันหลากหลาย ด้วยความใสของคริสตัลชนิดนี้ จะช่วยเสริมพลังในด้านความเข้มแข็ง และป้องกันสิ่งไม่ดี รวมทั้งยังให้ผลในเรื่องของการเสริมเสน่ห์และปลดปล่อยความรู้สึกหวาดกลัว ควอตซ์ใสนี้ ยังนำมาซึ่งความสุข ช่วยเสริมมุมมองโลกในแง่บวก นักออกแบบบ้านที่มีความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย จะนิยมตกแต่งบ้านด้วยควอตซ์ใส เพราะให้ความสวยงาม และตกแต่งได้หลายสไตล์ สามารถใช้ตกแต่งได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เพราะจะช่วยปรับพลังและนำมาซึ่งความสดชื่น แต่ทั้งนี้ มีจุดที่ควรต้องระวังเพียงจุดเดียวก็คือ การวางใกล้ที่นอน เพราะจะได้รับพลังมากจนเกินไป

2.โรส ควอตซ์ หรือควอตซ์สีดอกกุหลาบ ให้พลังแห่งความบริสุทธิ์ อ่อนโยน ความรักที่หวานชื่น และการเยียวยา เชื่อกันว่า โรส ควอตซ์นี้ช่วยให้พ้นจากความเจ็บปวด ความผิดหวัง และพลังด้านลบ เป็นการให้พลังใจ และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรัก โรส ควอตซ์นี้จะมีพลังที่เชื่อมกับหัวใจ ให้ผลดีในเรื่องรัก สามารถนำมาตกแต่งในห้องนอนได้ ทั้งห้องนอนผู้ใหญ่ และห้องนอนเด็ก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รัก และคู่แต่งงาน

444

3.อเมทิสต์ หินชนิดนี้มีหลายสี แต่สีที่ถือว่าดีที่สุดคือสีม่วงเข้ม เป็นหินที่สามารถดึงพลังความบริสุทธิ์ และจิตวิญญาณของเราได้ เสมือนว่าช่วยให้เรามีสมาธิ สีของอเมทิสต์นั้น มีตั้งแต่ม่วงลาเวนเดอร์อ่อน ๆ ไปจนถึงม่วงเข้ม แต่ละสีก็ให้พลังที่แตกต่างกัน แต่ยิ่งเข้มมาก ก็ยิ่งให้พลังมาก ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าหินชนิดนี้ ช่วยดูดพลังด้านลบและเปลี่ยนให้เป็นความสงบสุข สามารถจัดวางไว้ได้ในทุกพื้นที่ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หากคุณโชคดี ได้อเมทิสต์ที่มีสีเข้มมาก ๆ ก็ควรเก็บรักษาให้ดี อย่าให้ถูกแสงแดดมากนัก

4.หยก ถือว่าเป็นเครื่องประดับที่คลาสสิกที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย อีกทั้งยังมีประวัติการใช้งานกันมาอย่างยาวนานในจีน ใช้ในการเยียวยาสิ่งต่าง ๆ ได้หลากหลาย หยกนั้น ให้พลังที่งดงาม ละเอียดอ่อน เหมือนเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งที่รับคุณได้ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นยังเสริมเรื่องการคิดบวก ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น หยกยังให้ความกลมกลืน รักษาสมดุลของพลัง ทั้งเรื่องความรัก ความสุข การยอมรับ หลักฮวงจุ้ยบอกอีกว่า หยกสีเขียวเข้ม เหมาะสำหรับการเสริมเรื่องสุขภาพและครอบครัว รวมทั้งเรื่องของการเงิน และหยกนั้นก็มีหลายสี สามารถเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ เช่นหยกสีฟ้า เสริมการงานอาชีพ สีน้ำตาลช่วยเรื่องความหวัง เป็นต้น

5.ไทเกอร์อาย เป็นหินที่มีพลังในเรื่องการปกป้อง รวมไปถึงความระแวดระวัง ความเข้มแข็ง ความรวดเร็ว และความมีประสิทธิภาพ ไทเกอร์อายสามารถขจัดพลังด้านลบได้อย่างรวดเร็ว หลักฮวงจุ้ยบอกว่า ไทเกอร์อาย ได้พลังจากพื้นดิน จึงให้ทั้งความแข็งแกร่ง และความอุดมสมบูรณ์ สามารถจัดวางได้ทั้งในจุดที่ต้องการแสดงความรัก สำหรับคู่รัก คู่สมรส รวมทั้งในห้องเด็ก ห้องทำงานด้วย

6.ไพไรต์ เป็นแร่ที่ได้รับความนิยมมากตามหลักฮวงจุ้ยเพราะเกี่ยวข้องกับเงินทอง บางคนอาจจะเห็นว่า แร่ชนิดนี้ไม่สวย แต่ก็นำมาตกแต่งเพราะต้องการพลังของมันทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน แต่หลักฮวงจุ้ย นิยมใช้ในที่ทำงานมากกว่า เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งมีและเงินทอง นอกจากใช้ตกแต่งบ้านและที่ทำงานแล้ว บางคนยังนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งจะเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่มีธาตุน้ำ หรือธาตุโลหะ ตามวันเดือนปีเกิด

3333

7.คาร์เนเลียน เป็นหินที่เสริมในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ความอบอุ่น ความฉลาด ความสุข และการคิดบวก หินชนิดนี้ จะมีสีสันสวยงามหลากหลายให้เลือกตั้งแต่เหลืองอ่อน ๆ ไปจนถึงสีส้ม เหมาะสำหรับการนำมาใช้สวมใส่เป็นเครื่องประดับด้วย คาร์เนเลียนนั้น นับเป็นการผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวของไฟ และดิน ให้พลังทางกาย อีกทั้งยังสามารถใช้เสริมในเรื่องความรักและการแต่งงานได้ด้วย

8.แอมโมไนต์ แม้จะไม่ใช่ทั้งคริสตัลและหิน แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มยอดนิยมตามหลักฮวงจุ้ยเช่นกัน แอมโมไนต์นั้นมีมานานนับ 100 ล้านปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นฟอสซิลอย่างหนึ่ง ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของพลัง เสริมในจุดที่มีพลังอ่อน สีก็มีความหลากหลายให้เลือก จนสามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ หากมีแอมโมไนต์ขนาดใหญ่ ในบ้านหรือที่ทำงาน ก็จะส่งผลดีในเรื่องงาน แต่แน่นอนว่า ขนาดยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งมีราคาสูง

aroundtheworldin80schools

6 ฮวงจุ้ยบ้าน คลายสงสัยเป็นเพราะอะไรทำงานหนัก แต่เก็บเงินไม่อยู่

ถ้าใครกำลังเจอปัญหาทำงานอย่างหนัก รับจ๊อบ ขายของออนไลน์ สร้างรายได้หลายทาง แต่ทำไมเงินยังมีแต่ไหลออก ไม่เคยเก็บเงินได้สักที ทั้งๆ ที่ประหยัดและอดออมจนทำให้ชีวิตแทบไม่มีความสุข ลองมาเช็กเรื่องฮวงจุ้ยที่พักอาศัย หรือฮวงจุ้ยบ้านของเราดูบ้างไหมว่า บ้านมีจุดที่ทำให้เงินไหลออกบ้างไหม

1.หาตำแหน่งถังเงินถังทองในบ้านให้เจอ ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่าตำแหน่งรับทรัพย์ของบ้านนั้นอยู่ตำแหน่งไหน วิธีการง่ายๆ คือให้ยืนหันหน้าเข้าบ้าน โดยยืนอยู่บริเวณประตูบ้านตำแหน่งท้ายของบ้านฝั่งซ้ายมือคือตำแหน่งถังเงินถังทอง และวิธีการเหล่านี้ยังสามารถใช้หาตำแหน่งรับทรัพย์กับห้องอื่นๆ ได้ด้วย

2.อย่าปล่อยให้ตำแหน่งถังเงินถังทองสกปรก เรื่องความสะอาด ไม่ใช่เพียงหลักฮวงจุ้ยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ เพราะการทำให้พื้นที่ใดๆ ในบ้านโล่ง สะอาด ไม่สกปรกย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในตำแหน่งรับทรัพย์นั้นก็ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้มีของวางกองเต็มห้องไปหมด

77

3.เอาของชำรุดทิ้งออกจากบ้าน ของหัก ของพัง ของชำรุด หมดสภาพการใช้งานอย่าเก็บไว้ เพราะของที่ใช้งานไม่ได้ทำให้เกิดพลังแย่ๆ ในบ้าน

4.เงินคือของสูง บางคนอาจมีกระปุกออมสินไว้ในบ้าน แต่กลับวางในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นเพราะต้องการซ่อนให้ลึกลับที่สุด แต่ตำแหน่งที่เราอยากแนะนำคือตำแหน่งที่สูง อย่าเอาเงินไว้ในลิ้นชักที่อาจจะถูกทับด้วยข้าวของที่ไม่เหมาะสม

666

5.เรียกทรัพย์ด้วยสีเขียว และสีม่วง ตามหลักฮวงจุ้ยสีเขียวคือสีเรียกทรัพย์ ส่วนสีม่วงคือสีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ทางที่ดีคือการนำสีเขียวกับสีม่วงวางไว้ในตำแหน่งรับทรัพย์เช่นดอกไม้สีม่วงประดับใบไม้สีเขียว หรือบางบ้านอาจวางผลไม้ที่มีสีทั้งสองสีไว้รวมกัน

6.วางสมุดบัญชีไว้ที่ตำแหน่งรับทรัพย์ในบ้าน สมุดบัญชีก็ถือเป็นของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอง ดังนั้นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับสมุดบัญชีมากที่สุดคือตำแหน่งรับทรัพย์ นอกจากนั้นยังแนะนำให้เก็บสมุดบัญชีไว้อย่างเรียบร้อย ใส่ซองพลาสติกหรือเก็บแยกจากเอกสารอื่นๆ อย่างชัดเจน

ได้วิธีเช็กฮวงจุ้ยบ้านเกี่ยวกับเรื่องเงินทองกันไปแล้ว ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ ได้ผลอย่างไรแล้วเอามาแชร์และเล่าให้ฟังกันบ้างก็ได้นะคะ

guttaupr

จัดบ้านเสริมดวงและถูกโฉลก สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์

โดย…อ.ชลธี โพธิ์สุ ที่ปรึกษาสถาบันโหราศาสตร์วิทยา

แม้เข้าปีใหม่ 2561 มาจนจะสิ้นเดือนแรกของปีแล้ว ยังไงก็ขอสวัสดีปีใหม่แฟนๆ ที่ติดตามคอลัมน์ฮวงจุ้ย ขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญ ธุรกิจ การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองมากมี สุขภาพแข็งแรง ครอบครัวอบอุ่นตลอดปีนี้

เมื่อก่อนคอลัมน์ฮวงจุ้ยเราจะพบกับท่านผู้อ่านทุกวันพุธ มาปีนี้พบกันเดือนละครั้งในวันพฤหัสบดีครับ อย่างไรก็ตามผมก็จะพยายามเอาความรู้ดีๆ เกี่ยวกับฮวงจุ้ยและชัยภูมิไทยมาฝากขอให้ติดตามกันไปเรื่อยๆ ครับ

ท่านลองเอาไปปรับใช้กับตัวท่านเองดูนะครับ ถ้าสิ่งที่ผมนำมาเขียนและเสนอนี้มันตรงและถูกดวงวาสนาเสริมท่านให้ดีเจริญขึ้นท่านก็ประยุกต์ใช้ได้เลยครับ “จัดบ้านตามวันเกิดที่เสริมและถูกโฉลก”

guttaupr

เสริมฮวงจุ้ยให้บ้าน ด้วยประตูและหน้าต่างที่เหมาะสม

666

สมัยนี้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง ‘ฮวงจุ้ย’ มีอิทธิพลกับการก่อสร้างและต่อเติมบ้านเป็นอย่างยิ่ง แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้วก็คือการสร้างบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของลมฟ้าอากาศ ครั้งนี้ Forfur จึงนำเกร็ดน่ารู้กับการออกแบบประตูและหน้าต่างในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยมาแนะนำกันค่ะ

ขนาดที่สัมพันธ์กัน ในการจัดวางประตูบ้านและหน้าต่างนั้น เรื่องของขนาดและตำแหน่งในการจัดวางถือเป็นองค์ประกอบของบ้านที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากประตูบ้านและหน้าต่างมีขนาดใหญ่หรือเล็กมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวบ้าน ก็จะส่งผลทำให้ความสวยงามและสัดส่วนของบ้านดูผิดเพี้ยนไปจนหมดสวย อีกทั้งยังทำให้ไม่สะดวกในการใช้งานจริง ซึ่งในทางฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าจะทำให้ลูกหลานไม่เชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่ในบ้าน ดังนั้น จึงควรแก้ไขโดยการแบ่งช่องว่างระหว่างหน้าต่างและบานประตูให้เล็กลง เพื่อปรับสัดส่วนให้มีความเหมาะสม

ตำแหน่งต้องสัมพันธ์กับทิศทาง หากพิจารณาดีๆ จะพบว่าบ้านบางหลังที่ทำเป็นผนังทึบตันในมุมใดมุมหนึ่งกลับทำให้บรรยากาศภายในบ้านชวนอึดอัด ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนจากผนังทึบตันให้เป็นบานหน้าต่าง เพื่อช่วยเชื่อมต่อบรรยากาศความโปร่งสบายระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านให้เกิดบรรยากาศที่ดีกับการอยู่อาศัย แต่การเลือกจัดวางตำแหน่งประตูและหน้าต่างควรคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและลมเป็นหลัก ไม่ควรติดตั้งกระจกที่มีขนาดบานใหญ่ทางทิศตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ที่มีแสงแดดผ่านมาก หรือจะปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มเติมเพื่อบดบังแสงแดดบริเวณนั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า แสงแดดที่เข้ามาภายในบ้านมากเกินไปก่อให้เกิดพลังงานธาตุไฟมากเกินพอดี เราจึงควรจัดวางตัวบ้านและหน้าต่างให้สอดคล้องกับสภาพทิศทางธรรมชาติอย่าง ทิศใต้ ที่เป็นทิศที่ลมเคลื่อนผ่านมาก ก็สามารถช่วยระบายอากาศภายในบ้านได้ดีมากยิ่งขึ้น

คุณภาพ และความแข็งแรง ประตูบ้านและหน้าต่างถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องความปลอดภัยภายในบ้าน จึงควรมาพร้อมความแข็งแรง เป็นวัสดุที่มีมาตรฐาน สามารถเปิด-ปิดได้อย่างคล่องตัว ไม่ติดขัด ไม่เกิดคราบต่างๆ บริเวณประตูและหน้าต่าง โดยทางฮวงจุ้ยจะมองว่า หากประตูไม่มั่นคง แข็งแรง จะส่งผลกระทบกับการเงิน ขัดขวางโชคลาภ ซึ่งแน่นอนว่าในความเป็นจริงอาจทำให้โจร ผู้ร้าย หรือน้ำฝนต่างๆ รั่วซึมเข้ามาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน หรือทำให้ทรัพย์สินสูญหายได้นั่นเอง

การดูแลรักษา การตกแต่งบ้านด้วยประตูหน้าต่างที่ดีควรเป็นวัสดุที่สามารถดูแลรักษาง่าย สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ไม่ยุ่งยาก ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า ความสะอาดของหน้าบ้านและประตูบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ในส่วนของความเป็นจริงก็คือ ประตูและหน้าต่างถือเป็นทิศทางและด่านแรกในการเข้า-ออกภายในบ้าน หรือเป็นพื้นที่สำหรับการเปิดรับสิ่งต่างๆ เข้ามา หากประตูและหน้าต่างสกปรก ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ก็อาจส่งผลทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นเข้ามาทำลายสุขภาพของคนในบ้านได้นั่นเอง

aroundtheworldin80schools

หลังคาสีไหน…ใช้แล้วถูกหลักฮวงจุ้ย

สีสันและวัสดุของหลังคาบ้านนั้น มีผลต่อความสวยงาม และความทันสมัยของบ้าน บ้านในแนวใหม่ ๆ มีการเลือกใช้วัสดุและทำหลังคาที่มีความหลากหลาย หลังคา เพดานบ้าน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรม แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่สดใส สีเข้มที่ดูภูมิฐาน หรือสีโลหะที่ทันสมัย ก็ล้วนให้ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่สำหรับผู้ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย อาจจะต้องพิจารณาความเหมาะสม และความหมายของสีหลังคาแบบต่าง ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

1.หลังคาสีเขียว : หลักฮวงจุ้ยบอกว่า สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน และเราสามารถใช้สีที่แสดงถึงธาตุดังกล่าวกับหลังคาบ้านได้ด้วยสีเขียว ร่วมกับโครงสร้างที่เป็นไม้ สีเขียวนั้น ถือว่าเป็นสีที่หลักฮวงจุ้ยชอบใช้ และแนะนำสำหรับการนำมาใช้เป็นสีหลังคา เพราะเชื่อว่าจะทำให้โชคดี สุขภาพดี มีความมั่งคั่ง อีกทั้งยังให้ความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมด้วย

111

2.หลังคาสีน้ำตาล : เป็นสีที่ดูโดดเด่น มีเสน่ห์ สงบ และสบาย อาจจะเลือกได้ทั้งสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลส้ม และน้ำตาลเข้ม สีหลังคาในโทนนี้ ไปได้ดีกับสีทอง สีทรายโลหะ หากใช้วัสดุที่มีสีเหล่านี้ ตกแต่งภายนอก ก็จะยิ่งทำให้บ้านที่มีหลังคาสีน้ำตาลนี้ ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

3.หลังคาสีแดง : สีแดงนั้น เป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ มีทั้งความอันตราย และพลังแห่งความสร้างสรรค์ เป็นอีกสีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาออกแบบทางสถาปัตยกรรม สีแดงที่จะนำมาใช้ในการทำหลังคานั้น เลือกได้ทั้งสีแดงสด สีแดงบรอนซ์ สีน้ำตาลอมแดง และแดงเข้ม

4.หลังคาสีฟ้าและสีดำ : ทั้งสองสี เป็นสัญลักษณ์ของธาตุน้ำ เป็นสีที่ทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังในเชิงบวกรอบ ๆ บ้าน เป็นการเสริมความมั่งคั่ง นำพาความโชคดีเข้ามา อาจจะเลือกใช้สีเทาเข้มก็ได้เช่นกัน

guttaupr