เลือกสีทาบ้าน

เลือกสีทาบ้าน

เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าความหมายของสีตามหลักฮวงจุ้ยก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง และสีทาบ้านกับฮวงจุ้ยบ้านก็ส่งผลไปถึงความร่ำรวยและความสำเร็จของเราได้ด้วย

เลือกสีทาบ้าน

สีขาว 

สีขาวเหมาะกับคนที่ต้องการเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเหมาะสำหรับเด็ก ซึ่งควรทาสีขาวในบ้านที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และควรทาในส่วนหน้าบ้านที่หันเผชิญหน้ากับทางทิศเหนือ เพราะจะช่วยทวีความสว่างไสวในบ้านยิ่งขึ้น

สีเขียวและสีม่วง

สีทาบ้านทั้งสองสีนี้ส่งผลไปถึงความร่ำรวย สุขภาพ และการเจริญเติบโต โดยควรใช้สีม่วงและสีเขียวตกแต่งในบ้านส่วนที่หันไปทางทิศตะวันออกและส่วนหน้าบ้านที่เผชิญหน้ากับทิศใต้

สีฟ้าและสีม่วง

สีฟ้าและสีม่วงส่งผลถึงการงาน ความร่ำรวย และโอกาสในชีวิต โดยหลักในการทาสีควรทาในส่วนทิศเหนือ ทิศตะวันออก และส่วนหน้าบ้านที่เผชิญหน้ากับทิศใต้

สีเหลือง, สีเบจ และสีทอง

สามสีนี้ส่งผลถึงความสัมพันธ์และความมั่นคงในชีวิต ซึ่งถ้าจะให้ดีต้องใช้สีเหล่านี้ทาบ้านในส่วนที่หันไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันตก และบ้านที่ตั้งตรงข้ามกับทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยหากต้องการให้เด่นเรื่องความฉลาดและส่งเสริมเรื่องการศึกษาควรเน้นทาสีเหลืองเป็นหลักด้วย

สีแดงและสีชมพู

สำหรับคนที่ต้องการเป็นจุดเด่น มีความมั่นคงในสถานะทางสังคม รวมไปถึงส่งเสริมเรื่องความรัก ควรเลือกทาสีบ้านเป็นสีแดงหรือสีชมพู โดยตกแต่งในส่วนที่หันไปทางทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และส่วนหน้าบ้านที่ตั้งตรงกับทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ฮวงจุ้ยแปลนบ้าน

แปลนบ้าน

 การจัดแปลนบ้านคือการวางแผนและจัดตำแหน่งที่อยู่อาศัยให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าแปลนบ้านนั้นดีพอสำหรับการรองรับพลังงานดี ๆ ที่จะเข้ามาหรือไม่ เพราะแต่ละส่วนของบ้านต่างก็มีพลังงานในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้นเราจึงนำเอาหลักฮวงจุ้ยดี ๆ จากเว็บไซต์ fengshui.about.com ที่จะมาเผยเคล็ดการจัดแปลนบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้องว่าเป็นอย่างไรกันแน่

แปลนบ้าน

1. ประตูทางเข้าบ้าน ด่านแรกในการต้อนรับพลังงานที่ดี

ประตูทางเข้าบ้านถือว่าเป็นด่านแรกต้อนรับพลังงานที่ดีให้เข้ามาในบ้าน ฉะนั้นการตั้งทิศทางของประตูทางเข้าบ้านจะต้องไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่และประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน เช่น ประตูตู้เสื้อผ้า ประตูห้องน้ำ และบันได ลักษณะของประตูจะต้องเปิดเข้ามาข้างในบ้านไม่ใช่เปิดบานประตูออกนอกบ้าน เพราะจะเป็นการผลักพลังงานดี ๆ ออกจากบ้าน อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อฮวงจุ้ยที่ประตูทางเข้านั่นก็คือ สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบประตูทางเข้าบ้าน ควรจะจัดระเบียบทางเข้าให้ดูผ่อนคลายไม่วางของเกะกะดูรกหูรกตา

2. จัดวางประตูและหน้าต่างให้สมดุล เพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้ดี

ทว่าลมสามารถเข้า-ออกบ้านได้ทางประตูและหน้าต่าง พลังงานที่ดีก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเราควรจัดสมดุลของการติดตั้งประตูและหน้าต่างให้ดี โดยประตูแต่ละห้องไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป ส่วนหน้าต่างก็ควรให้อยู่ในระดับกึ่งกลางของผนังบ้านไม่สูงและไม่ต่ำจนเกือบชิดพื้น เพื่อรักษาพลังชี่ (Chi) เอาไว้ ส่วนหลังบ้านจะต้องไม่มีประตูและหน้าต่างเยอะเกินความจำเป็นเพราะจะทำให้พลังงานชี่อ่อนตัวลง

จัดวางหน้าต่าง

3. ห้องนอน พื้นที่ส่วนตัวที่ต้องความสงบ

ห้องนอนเปรียบเสมือนหัวใจหลักของบ้าน ดังนั้นมันควรจะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สงบปลอดภัยไร้สิ่งรบกวนและมีพลังงานที่ดีไหลเวียนตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่ควรตั้งอยู่เหนือโรงรถ ห้องครัว และห้องน้ำหลัก แต่ควรจะตั้งอยู่เหนือห้องกินข้าวหรือห้องนั่งเล่นแทน ส่วนชั้นบนเหนือห้องนอนก็ไม่ควรเป็นห้องน้ำเด็ดขาด

ที่สำคัญห้องนอนต้องไม่ขวางทางเคลื่อนไหวของพลังงานหลัก โดยดูจากหลักการวางผังของยันต์แปดเหลี่ยม (Bagua) เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องนอนจะต้องไม่ตรงกับหน้าต่าง นอกจากนี้ห้ามตั้งเตียงใกล้หน้าต่างจนเกินไป หากมีห้องน้ำภายในก็ควรจัดให้อยู่เยื้องกับเตียงนอนสักหน่อย ถ้าไม่สามารถย้ายหัวเตียงออกจากผนังห้องน้ำได้ก็ให้หาหัวเตียงมากั้นไว้แทน

4. ห้องครัว จัดเตรียมอาหารให้ถูกทิศเพื่อสุขภาพที่ดี

พลังงานที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพและร่างกายมักจะไหลวนเวียนอยู่ในห้องครัวเป็นหลัก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการวางผังห้องครัวให้เผชิญหน้ากับประตูทางเข้าบ้าน แต่ถ้าไม่สามารถปรับเปลี่ยนผังได้ ก็ต้องแก้ด้วยการประดับดอกไม้ในห้องครัวหรือกระถางสมุนไพรเล็ก ๆ ให้ดูมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ไม่ควรสร้างห้องครัวกับห้องน้ำหรือบันได ส่วนการตกแต่งห้องครัวก็ควรจัดตำแหน่งตู้เย็น อ่างล้างจาน และตู้อบให้เยื้องกันแบบมุมสามเหลี่ยม ที่สำคัญตู้อบไม่ควรตั้งอยู่ในบริเวณทำอาหารและหลังประตูด้วย

ห้องครัว