ประตูหน้าบ้าน กับประตูหลังบ้านตรงกัน ไม่ดีจริงหรือ ?

33

เรื่องของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้านตรงกันคนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ดี แต่ตามเพจ Horosociety199 มีข้อมูลดีๆ ของอ.ดลฤดี หมอดูไฮโซ มาฝากเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้าน ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าจริงหรือที่ว่าประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกันแล้วจะไม่ดี

ประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศที่ดีก็ใช้โชค

คงได้ยินกันบ่อยๆว่า หากประตูหน้าบ้านและประตูหลังบ้านตรงกันจะไม่ดี แต่ความเชื่อนี้ก็ไม่ได้จริงเสมอไปนะคะ เพราะหากประตูหน้าอยู่ในทิศที่ให้โชคเช่น ทิศมังกร ซึ่งมีพลังชี่หรือก็คือพลังที่ให้โชคดีๆ พัดเข้าบ้านตลอด ทุกครั้งที่มีคนมาหาก็จะนำเรื่องดีๆ หรือโชคลาภมาให้เสมอ ทำให้มีรายได้เข้าบ้านตลอด

111

ประตูหลังบ้านตรงกับประตูหน้าบ้านทิศให้โชค…ไม่เป็นไร

ส่วนหลังบ้านถ้ามีประตูตรงกันก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่เปิดประตูตรงนั้นนานๆ ที โชคก็จะไม่ไหลออกไปข้างนอกแล้วค่ะ อีกอย่างเวลาเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อรับแขกหรือเพื่อเข้า-ออกจากบ้าน ประตูด้านหลังก็มักจะปิดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรรั่วไหลออกไปได้ ทำให้โชคหมุนเวียนอยู่แต่ในบ้าน ยิ่งเรามีพัดลมติดฝ้าเพดาน เป็นพัดลมซี่ๆ หรือพัดลมหมุนรอบตัว จะยิ่งทำให้บ้านมีโชคลาภอยู่ตลอด ใครมาหาก็จะพาโชคมาให้ได้ชื่นใจเสมอ

ประตูหลังบ้านอยู่ในทิศไม่ดี อาจทำให้ล้มละลาย

แต่ถ้าประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศไม่ดี ก็อาจเกิดคดีความ ล้มละลาย หรือเจ็บป่วยได้ เราจึงต้องเปิดประตูหน้าบ้านและหลังบ้านที่ตรงกันไว้ตลอดเวลา โดยอาจจะมีประตูมุ้งลวดเป็นประตูด้านในไว้กันยุงกันฝุ่นทั้งประตูหน้าและหลัง เพื่อให้ลมพัดเอาสิ่งไม่ดีที่เข้ามาทางหน้าบ้านออกไปทางหลังบ้านได้เลย ไม่เก็บไว้ในบ้านให้เป็นเรื่อง ซึ่งเป็นทางแก้ที่ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงินทุบหรือทำอะไรเลยค่ะ

กั้นป้องกันสิ่งไม่ดี

หรือบางคนอาจหาตู้โชว์หรือสิ่งของมากั้นไว้ระหว่างกลาง เพื่อไม่ให้ประตูด้านหน้าและหลังตรงกันก็ได้ แต่วิธีนี้ให้ทำเฉพาะเคสที่ประตูหน้าอยู่ในทิศที่ไม่ดีนะคะ เพราะปกติแล้ว บ้านเราควรจะเป็นห้องโล่งโปร่งสบายมีเฟอร์นิเจอร์วางเป็นระเบียบ การไปกั้นห้องแยกเป็นหลายห้องเยอะๆ จะยิ่งดูลึกลับซับซ้อนมากไป ทำให้บ้านดูแคบลงและอึดอัดเพราะทึบไปหมดจนหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งถ้าประตูหน้าเป็นทิศให้โชคแล้วดันไปกั้นห้องเยอะๆ แบบนี้ อาจทำให้พลังโชคไหลเข้ามาได้ไม่เต็มที่ เพราะทางเดินลมไหลไม่สะดวก

ก่อนคิดต่อเติมบ้านต้องดูให้ดี

ส่วนการต่อเติมบ้านไม่ว่าจะด้านหน้าหรือหลังเราต้องรู้ก่อนว่าจุดที่จะต่อเติมเป็นจุดดีของบ้านหรือไม่ โดยการดูฮวงจุ้ยวัดองศาบ้านเพื่อให้สามารถแยกได้ว่าหลังบ้านเป็นทิศอะไร จุดดีหรือไม่ดีอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วหากจะต่อเติมตรงนั้นจะดีหรือไม่ เพราะการต่อเติมบ้านมันต้องใช้เงินเยอะและไม่ได้รื้อถอนออกไปง่ายๆ เราจึงควรดูฮวงจุ้ยให้แน่ใจเสียก่อนว่า ที่สำคัญต้องดูว่าจะใช้ห้องที่ต่อเติมเพื่อทำอะไร แม้กระทั่งใช้เป็นลานซักผ้า เพราะหากอยู่ในจุดที่ไม่ดีแม่บ้านก็อาจขี้เกียจทำงาน เสื้อผ้าก็จะถูกหมักไว้หลายวันก่อนนำไปซัก ทำให้เกิดการหมักหมมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หรือหากอยู่ตรงจุดล้างทำความสะอาด แม่บ้านก็อาจทำแบบขอไปที ภาชนะต่างๆอาจจะมีเชื้อโรคแฝงอยู่ถ้านำไปใช้ ก็อาจสร้างความเจ็บป่วยให้คนในบ้านได้แบบไม่รู้ตัว

ทิศของบ้านสำคัญมาก

นั่นคือกรณีที่เราซื้อไปแล้วนะคะ แต่หากยังไม่ได้ซื้อ เราก็ควรดูให้ดีว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในทิศให้คุณให้โทษอย่างไร เพราะถ้าใช้หลับนอนเฉยๆ ก็คงไร้ประโยชน์ การทำให้มีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้นด้วยก็น่าจะดีกว่านะคะ อีกอย่างบ้านที่เราอยู่อาศัยก็ต้องใช้เงินซื้อมาแพง อย่าคิดว่าซื้อตามที่ชอบหรือขึ้นอยู่กับบุญวาสนาเลยค่ะ เพราะการลงทุนซื้อบ้านไปครั้งนึง ก็ต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเหมือนกันนะคะกว่าจะมีปัญญาซื้อใหม่อีกหลัง ดังนั้นควรเช็คก่อนซื้อดีกว่าจะได้อยู่อย่างมีความสุขค่ะ

ฮวงจุ้ยแปลนบ้าน

แปลนบ้าน

 การจัดแปลนบ้านคือการวางแผนและจัดตำแหน่งที่อยู่อาศัยให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าแปลนบ้านนั้นดีพอสำหรับการรองรับพลังงานดี ๆ ที่จะเข้ามาหรือไม่ เพราะแต่ละส่วนของบ้านต่างก็มีพลังงานในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้นเราจึงนำเอาหลักฮวงจุ้ยดี ๆ จากเว็บไซต์ fengshui.about.com ที่จะมาเผยเคล็ดการจัดแปลนบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้องว่าเป็นอย่างไรกันแน่

แปลนบ้าน

1. ประตูทางเข้าบ้าน ด่านแรกในการต้อนรับพลังงานที่ดี

ประตูทางเข้าบ้านถือว่าเป็นด่านแรกต้อนรับพลังงานที่ดีให้เข้ามาในบ้าน ฉะนั้นการตั้งทิศทางของประตูทางเข้าบ้านจะต้องไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่และประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน เช่น ประตูตู้เสื้อผ้า ประตูห้องน้ำ และบันได ลักษณะของประตูจะต้องเปิดเข้ามาข้างในบ้านไม่ใช่เปิดบานประตูออกนอกบ้าน เพราะจะเป็นการผลักพลังงานดี ๆ ออกจากบ้าน อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อฮวงจุ้ยที่ประตูทางเข้านั่นก็คือ สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบประตูทางเข้าบ้าน ควรจะจัดระเบียบทางเข้าให้ดูผ่อนคลายไม่วางของเกะกะดูรกหูรกตา

2. จัดวางประตูและหน้าต่างให้สมดุล เพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้ดี

ทว่าลมสามารถเข้า-ออกบ้านได้ทางประตูและหน้าต่าง พลังงานที่ดีก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเราควรจัดสมดุลของการติดตั้งประตูและหน้าต่างให้ดี โดยประตูแต่ละห้องไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป ส่วนหน้าต่างก็ควรให้อยู่ในระดับกึ่งกลางของผนังบ้านไม่สูงและไม่ต่ำจนเกือบชิดพื้น เพื่อรักษาพลังชี่ (Chi) เอาไว้ ส่วนหลังบ้านจะต้องไม่มีประตูและหน้าต่างเยอะเกินความจำเป็นเพราะจะทำให้พลังงานชี่อ่อนตัวลง

จัดวางหน้าต่าง

3. ห้องนอน พื้นที่ส่วนตัวที่ต้องความสงบ

ห้องนอนเปรียบเสมือนหัวใจหลักของบ้าน ดังนั้นมันควรจะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สงบปลอดภัยไร้สิ่งรบกวนและมีพลังงานที่ดีไหลเวียนตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่ควรตั้งอยู่เหนือโรงรถ ห้องครัว และห้องน้ำหลัก แต่ควรจะตั้งอยู่เหนือห้องกินข้าวหรือห้องนั่งเล่นแทน ส่วนชั้นบนเหนือห้องนอนก็ไม่ควรเป็นห้องน้ำเด็ดขาด

ที่สำคัญห้องนอนต้องไม่ขวางทางเคลื่อนไหวของพลังงานหลัก โดยดูจากหลักการวางผังของยันต์แปดเหลี่ยม (Bagua) เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องนอนจะต้องไม่ตรงกับหน้าต่าง นอกจากนี้ห้ามตั้งเตียงใกล้หน้าต่างจนเกินไป หากมีห้องน้ำภายในก็ควรจัดให้อยู่เยื้องกับเตียงนอนสักหน่อย ถ้าไม่สามารถย้ายหัวเตียงออกจากผนังห้องน้ำได้ก็ให้หาหัวเตียงมากั้นไว้แทน

4. ห้องครัว จัดเตรียมอาหารให้ถูกทิศเพื่อสุขภาพที่ดี

พลังงานที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพและร่างกายมักจะไหลวนเวียนอยู่ในห้องครัวเป็นหลัก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการวางผังห้องครัวให้เผชิญหน้ากับประตูทางเข้าบ้าน แต่ถ้าไม่สามารถปรับเปลี่ยนผังได้ ก็ต้องแก้ด้วยการประดับดอกไม้ในห้องครัวหรือกระถางสมุนไพรเล็ก ๆ ให้ดูมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ไม่ควรสร้างห้องครัวกับห้องน้ำหรือบันได ส่วนการตกแต่งห้องครัวก็ควรจัดตำแหน่งตู้เย็น อ่างล้างจาน และตู้อบให้เยื้องกันแบบมุมสามเหลี่ยม ที่สำคัญตู้อบไม่ควรตั้งอยู่ในบริเวณทำอาหารและหลังประตูด้วย

ห้องครัว