เสริมฮวงจุ้ยให้บ้าน ด้วยประตูและหน้าต่างที่เหมาะสม

666

สมัยนี้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง ‘ฮวงจุ้ย’ มีอิทธิพลกับการก่อสร้างและต่อเติมบ้านเป็นอย่างยิ่ง แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้วก็คือการสร้างบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของลมฟ้าอากาศ ครั้งนี้ Forfur จึงนำเกร็ดน่ารู้กับการออกแบบประตูและหน้าต่างในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยมาแนะนำกันค่ะ

ขนาดที่สัมพันธ์กัน ในการจัดวางประตูบ้านและหน้าต่างนั้น เรื่องของขนาดและตำแหน่งในการจัดวางถือเป็นองค์ประกอบของบ้านที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากประตูบ้านและหน้าต่างมีขนาดใหญ่หรือเล็กมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวบ้าน ก็จะส่งผลทำให้ความสวยงามและสัดส่วนของบ้านดูผิดเพี้ยนไปจนหมดสวย อีกทั้งยังทำให้ไม่สะดวกในการใช้งานจริง ซึ่งในทางฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าจะทำให้ลูกหลานไม่เชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่ในบ้าน ดังนั้น จึงควรแก้ไขโดยการแบ่งช่องว่างระหว่างหน้าต่างและบานประตูให้เล็กลง เพื่อปรับสัดส่วนให้มีความเหมาะสม

ตำแหน่งต้องสัมพันธ์กับทิศทาง หากพิจารณาดีๆ จะพบว่าบ้านบางหลังที่ทำเป็นผนังทึบตันในมุมใดมุมหนึ่งกลับทำให้บรรยากาศภายในบ้านชวนอึดอัด ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนจากผนังทึบตันให้เป็นบานหน้าต่าง เพื่อช่วยเชื่อมต่อบรรยากาศความโปร่งสบายระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านให้เกิดบรรยากาศที่ดีกับการอยู่อาศัย แต่การเลือกจัดวางตำแหน่งประตูและหน้าต่างควรคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและลมเป็นหลัก ไม่ควรติดตั้งกระจกที่มีขนาดบานใหญ่ทางทิศตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ที่มีแสงแดดผ่านมาก หรือจะปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มเติมเพื่อบดบังแสงแดดบริเวณนั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า แสงแดดที่เข้ามาภายในบ้านมากเกินไปก่อให้เกิดพลังงานธาตุไฟมากเกินพอดี เราจึงควรจัดวางตัวบ้านและหน้าต่างให้สอดคล้องกับสภาพทิศทางธรรมชาติอย่าง ทิศใต้ ที่เป็นทิศที่ลมเคลื่อนผ่านมาก ก็สามารถช่วยระบายอากาศภายในบ้านได้ดีมากยิ่งขึ้น

คุณภาพ และความแข็งแรง ประตูบ้านและหน้าต่างถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องความปลอดภัยภายในบ้าน จึงควรมาพร้อมความแข็งแรง เป็นวัสดุที่มีมาตรฐาน สามารถเปิด-ปิดได้อย่างคล่องตัว ไม่ติดขัด ไม่เกิดคราบต่างๆ บริเวณประตูและหน้าต่าง โดยทางฮวงจุ้ยจะมองว่า หากประตูไม่มั่นคง แข็งแรง จะส่งผลกระทบกับการเงิน ขัดขวางโชคลาภ ซึ่งแน่นอนว่าในความเป็นจริงอาจทำให้โจร ผู้ร้าย หรือน้ำฝนต่างๆ รั่วซึมเข้ามาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน หรือทำให้ทรัพย์สินสูญหายได้นั่นเอง

การดูแลรักษา การตกแต่งบ้านด้วยประตูหน้าต่างที่ดีควรเป็นวัสดุที่สามารถดูแลรักษาง่าย สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ไม่ยุ่งยาก ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า ความสะอาดของหน้าบ้านและประตูบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ในส่วนของความเป็นจริงก็คือ ประตูและหน้าต่างถือเป็นทิศทางและด่านแรกในการเข้า-ออกภายในบ้าน หรือเป็นพื้นที่สำหรับการเปิดรับสิ่งต่างๆ เข้ามา หากประตูและหน้าต่างสกปรก ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ก็อาจส่งผลทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นเข้ามาทำลายสุขภาพของคนในบ้านได้นั่นเอง

aroundtheworldin80schools

ยังไม่สายเกินไป ถ้าจะเสริมดวงรับปีจอด้วยการแต่งบ้าน

333

ตรุษจีนที่ผ่านไปหลายบ้านมีการจัดของไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล ทำความสะอาด หรือจัดบ้านใหม่ตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยประจำปี แต่ใช่ว่าเราจะจัดบ้านเสริมฮวงจุ้ยเฉพาะในช่วงตรุษจีนเท่านั้น เพราะการจัดบ้านเพื่อเสริมดวงเราสามารถทำได้ตลอดทั้งปีด้วยเทคนิคเหล่านี้

ทำบ้านให้โล่ง เพื่อต้อนรับพลังงานดีๆ เพราะพลังงานคือสิ่งสำคัญที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย สามารถเรียกเงินทอง และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่เรื่องดีๆ ดังนั้นควรจัดข้าวของต่างๆ ในบ้านให้เป็นระเบียบ พร้อมทำความสะอาดบ้านไม่ให้รกรุงรัง

333

บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะอัญเชิญสิ่งที่เคารพนับถือเข้ามาบูชาภายในบ้าน ควรหาทิศทางและตำแหน่งการวางที่เหมาะสม ไม่ควรวางใกล้ห้องน้ำ ห้องซักรีด และโรงจอดรถ แนะนำให้นำอัญมณีต่างๆ มาประดับตกแต่งแท่นบูชาเพื่อเสริมสิริมงคล

ใช้สีที่สื่อถึงความร่ำรวยภายในบ้าน สีแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคงจะเป็นสีทอง แต่ในความเป็นจริงไม่ต้องถึงกับทาสีผนังบ้านเป็นสีทองก็ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบสีทองอาจเลือกใช้ของตกแต่งบ้านที่มีสีทอง หรือใช้กระเบื้องบุผนังหรือกระเบื้องปูพื้นที่มีดีไซน์ดูหรูหราแทน

เน้นตกแต่งด้วยลวดลายธรรมชาติ ควรหาของประดับตกแต่งที่มีลวดลายธรรมชาติ จะช่วยดึงดูดทรัพย์และโชคลาภได้ เช่น ขอบโต๊ะที่มีลวดลายโค้งมนคล้ายคลื่นน้ำ ของตกแต่งทรงสูงเป็นตัวแทนธาตุไม้ หรือหากใครอยากตกแต่งมุมบ้านเป็นสวนเล็กๆ ก็สามารถใช้กระเบื้องดิจิตอลลายหินหรือลายหญ้ามาปูพื้น แล้วตกแต่งด้วยไม้มงคลต่างๆ จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งมาสู่คนในบ้านได้เช่นกัน

ใครที่กำลังวางแผนจัดบ้านใหม่และอยากเสริมดวงรับปีจอไปด้วย อย่าลืมนำเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในการตกแต่ง

ผังบ้านดีชีวิตเปลี่ยน 7 เทคนิคดูผังบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

111

ผังบ้าน หรือผังห้อง ก็สามารถจะใช้ศาสตร์ของฮวงจุ้ยดูได้เช่นกันว่า ผังบ้านนั้น เป็นผังที่ดีหรือไม่ ยิ่งใครมีโครงการจะสร้างบ้าน หรือปรับปรุงบ้านใหม่ หากรู้วิธีการดูผังบ้านที่ถูกหลัก ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ผังบ้านที่ดี จะนำมาซึ่งพลังที่ดี ประหยัดทั้งเวลา ทั้งเงิน ไม่เพียงแค่ผู้จะสร้างบ้านหรือตกแต่งบ้านเท่านั้น ผู้ที่จะซื้อบ้าน หรือเช่าบ้าน ก็ควรรู้เทคนิคคร่าว ๆ ว่าผังแบบไหนดี ซึ่งวันนี้เลยนำเทคนิคในการเลือกผังบ้าน 7 ข้อไว้พิจารณา
111
1.ดูประตูทางเข้าบ้าน : ประตูทางเข้าบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน หรือไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และไม่ควรจะหันชนประตูตู้ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป ไม่ชนกับบันไดอย่างต่ำต้องห่างจากผนังหรือบันไดประมาณ 2-3 ฟุต และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะการเปิดออกเป็นการผลักพลังงานออกจากบ้าน

2.ดูประตูหน้าต่าง : ทั้งรูปร่าง และสถานที่ติดตั้งประตู หน้าต่างเป็นสิ่งที่สำคัญ พลังงานจะต้องมีการไหลเวียนเข้าทางประตู หน้าต่างในทุกจุดทุกบานหน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์กัน และเป็นช่องทางของแสงและพลังงานที่จะเข้ามาในบ้าน โดยหลัก ๆ แล้ว จุดที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ประตูบานอื่น ๆ ในบ้านตรงกับประตูทางเข้าบ้าน หรือหน้าต่างบานสูงใหญ่ ประตูแต่ละบานไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป และเมื่อเปิดบานประตูจะต้องไม่ชนกัน ประตูและหน้าต่างแต่ละบานจะต้องมีพื้นที่รอบ ๆ ของตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การมีหน้าต่างหลังบ้าน ยิ่งหลังบ้านมีหน้าต่างหลายบานพลังงานก็จะยิ่งอ่อนลง
222
3.ดูตำแหน่งและการออกแบบห้องนอน : ห้องนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย แต่บ้านจำนวนมากมีห้องนอนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น มีห้องนอนหลักอยู่บนโรงรถ หรือบนครัว รวมทั้งอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ห้องนอนนั้นต้องการพลังงานที่สงบ และสมบูรณ์เพื่อสนับสนุนการนอนพักผ่อน และเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ จุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องนอนต้องอยู่ด้านบนของพื้นที่ที่สงบหรือที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม เช่นอยู่เหนือบริเวณที่อ่านหนังสือ เหนือห้องรับประทานอาหารเย็น หรืออาหารเช้า หรืออาจจะเป็นบริเวณหลังบ้าน หลังจุดกึ่งกลางของบ้านเพื่อไม่ให้มีพลังของการจราจร ซึ่งเป็นความสับสนวุ่นวายเข้ามา และจุดที่ไม่ดีที่สุดก็คือ เหนือโรงรถ ครัว และออฟฟิศ การวางผังห้องนอนก็มีความสำคัญคือ ไม่ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ ตรงกับประตูห้องนอน และเตียงนอนไม่ควรอยู่ใต้หน้าต่าง แต่ควรมีหัวเตียงพิงกับผนัง

4.ตำแหน่งของห้องครัว : ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมาก 3 ห้องหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องครัวที่ดี จะนำมาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตำแหน่งห้องครัวที่ไม่ดีคืออยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน โดยเห็นเป็นห้องแรกเมื่อเข้ามาในบ้าน ไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำ ไม่ควรหันชนกับห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้บันได แต่จุดที่พอใช้ได้จะคือ อยู่ใกล้ห้องซักล้าง หรือโรงรถ ส่วนจุดที่ตั้งของเตาไฟนั้น ก็ให้ยึดหลักว่า เมื่อเวลาทำอาหาร เราไม่ควรหันหลังให้ประตู
111
5.ตำแหน่งของบันได : บันไดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน และตำแหน่งบันไดที่จัดว่าไม่ดี มี 3 ตำแหน่งคือ อยู่บริเวณกลางบ้าน หรือกลางสำนักงาน เพราะพลังงานบริเวณกึ่งกลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของบ้าน การมีบันไดจะทำให้มีพลังงานขึ้นลงมาขัดขวาง อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรตั้งบันไดก็คืออยู่ถัดจากประตูเข้าบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังชี่ ทำให้เกิดความเร่งรีบ การทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่มีความมั่นคง และอีกตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นจุดของสุขภาพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรัก และทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเงินทอง

6.ห้องน้ำ ห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า : เริ่มจากห้องน้ำ จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ บริเวณใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หันชนกับห้องครัว จุดที่เป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก และความสัมพันธ์ ส่วนห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า รวมทั้งตู้เก็บของนั้น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณต่อไปนี้ ห้องซักล้างไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอน หรือประตูทางเข้าบ้าน และไม่ควรมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับห้องนอน
111
7.ห้องสำหรับการรวมตัวของสมาชิกครอบครัว : ห้องดังกล่าวนี้ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต จุดที่ถือว่าเหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นจุดแรกคือบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรักและการแต่งงาน ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของเด็ก ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองทิศจึงนับว่าเป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับห้องที่เป็นที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้าน

ตำแหน่งห้าม! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

การจัดห้องพระในพื้นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดนั้นนอกจากการจัดตำแหน่งพระบนหิ้งแล้วนั้น สิ่งที่เราควรคำนึงถึงก็คือตำแหน่งของห้องพระ เพราะห้องพระถือเป็นตำแหน่งที่มีข้อต้องห้ามหลายตำแหน่ง ทั้งด้วยเหตุผลทางความเป็นจริงเอง และทั้งด้วยเหมาะสมตามหลักวัฒนธรรมประเพณีไทยก็ตาม ฉะนั้นเราควรคำนึงถึงตำแหน่งในการจัดห้องพระเพื่อให้เหมาะสมและเพื่อให้เป็น ห้องที่เรียกว่า “มุมสงบ” อย่างแท้จริง

ตำแหน่งห้าม!! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

หากห้องพระติดกับห้องนอน สิ่งที่ตรงพึงระวังอีกหนึ่งอย่างคือการวางเตียงนอน ในกรณีที่ห้องพระติดกับห้องนอนนะคะ คุณจะต้องพิจารณาเรื่องการวางเตียงนอนเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง โดยห้ามวางเตียงนอนในลักษณะหันปลายเท้าไปที่ห้องพระเพราะถือว่าเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตำแหน่งเตียงนอนควรวางในลักษณะที่ขวางกับห้องพระ ห้ามวางเอาปลายเตียงหันไปที่ห้องพระ เพราะคนนอนจะหันเท้าไปที่ห้องพระไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งกับผู้ที่อยู่อาศัย ต้องพิจารณาว่าถ้าตำแหน่งขององค์พระไม่ติดกับหัวเตียงก็สามารถวางได้ แต่หากติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลจากธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวได้ง่ายและนอนไม่ค่อยหลับ

ประตูหน้าบ้าน กับประตูหลังบ้านตรงกัน ไม่ดีจริงหรือ ?

33

เรื่องของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้านตรงกันคนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ดี แต่ตามเพจ Horosociety199 มีข้อมูลดีๆ ของอ.ดลฤดี หมอดูไฮโซ มาฝากเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้าน ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าจริงหรือที่ว่าประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกันแล้วจะไม่ดี

ประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศที่ดีก็ใช้โชค

คงได้ยินกันบ่อยๆว่า หากประตูหน้าบ้านและประตูหลังบ้านตรงกันจะไม่ดี แต่ความเชื่อนี้ก็ไม่ได้จริงเสมอไปนะคะ เพราะหากประตูหน้าอยู่ในทิศที่ให้โชคเช่น ทิศมังกร ซึ่งมีพลังชี่หรือก็คือพลังที่ให้โชคดีๆ พัดเข้าบ้านตลอด ทุกครั้งที่มีคนมาหาก็จะนำเรื่องดีๆ หรือโชคลาภมาให้เสมอ ทำให้มีรายได้เข้าบ้านตลอด

111

ประตูหลังบ้านตรงกับประตูหน้าบ้านทิศให้โชค…ไม่เป็นไร

ส่วนหลังบ้านถ้ามีประตูตรงกันก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่เปิดประตูตรงนั้นนานๆ ที โชคก็จะไม่ไหลออกไปข้างนอกแล้วค่ะ อีกอย่างเวลาเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อรับแขกหรือเพื่อเข้า-ออกจากบ้าน ประตูด้านหลังก็มักจะปิดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรรั่วไหลออกไปได้ ทำให้โชคหมุนเวียนอยู่แต่ในบ้าน ยิ่งเรามีพัดลมติดฝ้าเพดาน เป็นพัดลมซี่ๆ หรือพัดลมหมุนรอบตัว จะยิ่งทำให้บ้านมีโชคลาภอยู่ตลอด ใครมาหาก็จะพาโชคมาให้ได้ชื่นใจเสมอ

ประตูหลังบ้านอยู่ในทิศไม่ดี อาจทำให้ล้มละลาย

แต่ถ้าประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศไม่ดี ก็อาจเกิดคดีความ ล้มละลาย หรือเจ็บป่วยได้ เราจึงต้องเปิดประตูหน้าบ้านและหลังบ้านที่ตรงกันไว้ตลอดเวลา โดยอาจจะมีประตูมุ้งลวดเป็นประตูด้านในไว้กันยุงกันฝุ่นทั้งประตูหน้าและหลัง เพื่อให้ลมพัดเอาสิ่งไม่ดีที่เข้ามาทางหน้าบ้านออกไปทางหลังบ้านได้เลย ไม่เก็บไว้ในบ้านให้เป็นเรื่อง ซึ่งเป็นทางแก้ที่ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงินทุบหรือทำอะไรเลยค่ะ

กั้นป้องกันสิ่งไม่ดี

หรือบางคนอาจหาตู้โชว์หรือสิ่งของมากั้นไว้ระหว่างกลาง เพื่อไม่ให้ประตูด้านหน้าและหลังตรงกันก็ได้ แต่วิธีนี้ให้ทำเฉพาะเคสที่ประตูหน้าอยู่ในทิศที่ไม่ดีนะคะ เพราะปกติแล้ว บ้านเราควรจะเป็นห้องโล่งโปร่งสบายมีเฟอร์นิเจอร์วางเป็นระเบียบ การไปกั้นห้องแยกเป็นหลายห้องเยอะๆ จะยิ่งดูลึกลับซับซ้อนมากไป ทำให้บ้านดูแคบลงและอึดอัดเพราะทึบไปหมดจนหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งถ้าประตูหน้าเป็นทิศให้โชคแล้วดันไปกั้นห้องเยอะๆ แบบนี้ อาจทำให้พลังโชคไหลเข้ามาได้ไม่เต็มที่ เพราะทางเดินลมไหลไม่สะดวก

ก่อนคิดต่อเติมบ้านต้องดูให้ดี

ส่วนการต่อเติมบ้านไม่ว่าจะด้านหน้าหรือหลังเราต้องรู้ก่อนว่าจุดที่จะต่อเติมเป็นจุดดีของบ้านหรือไม่ โดยการดูฮวงจุ้ยวัดองศาบ้านเพื่อให้สามารถแยกได้ว่าหลังบ้านเป็นทิศอะไร จุดดีหรือไม่ดีอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วหากจะต่อเติมตรงนั้นจะดีหรือไม่ เพราะการต่อเติมบ้านมันต้องใช้เงินเยอะและไม่ได้รื้อถอนออกไปง่ายๆ เราจึงควรดูฮวงจุ้ยให้แน่ใจเสียก่อนว่า ที่สำคัญต้องดูว่าจะใช้ห้องที่ต่อเติมเพื่อทำอะไร แม้กระทั่งใช้เป็นลานซักผ้า เพราะหากอยู่ในจุดที่ไม่ดีแม่บ้านก็อาจขี้เกียจทำงาน เสื้อผ้าก็จะถูกหมักไว้หลายวันก่อนนำไปซัก ทำให้เกิดการหมักหมมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หรือหากอยู่ตรงจุดล้างทำความสะอาด แม่บ้านก็อาจทำแบบขอไปที ภาชนะต่างๆอาจจะมีเชื้อโรคแฝงอยู่ถ้านำไปใช้ ก็อาจสร้างความเจ็บป่วยให้คนในบ้านได้แบบไม่รู้ตัว

ทิศของบ้านสำคัญมาก

นั่นคือกรณีที่เราซื้อไปแล้วนะคะ แต่หากยังไม่ได้ซื้อ เราก็ควรดูให้ดีว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในทิศให้คุณให้โทษอย่างไร เพราะถ้าใช้หลับนอนเฉยๆ ก็คงไร้ประโยชน์ การทำให้มีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้นด้วยก็น่าจะดีกว่านะคะ อีกอย่างบ้านที่เราอยู่อาศัยก็ต้องใช้เงินซื้อมาแพง อย่าคิดว่าซื้อตามที่ชอบหรือขึ้นอยู่กับบุญวาสนาเลยค่ะ เพราะการลงทุนซื้อบ้านไปครั้งนึง ก็ต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเหมือนกันนะคะกว่าจะมีปัญญาซื้อใหม่อีกหลัง ดังนั้นควรเช็คก่อนซื้อดีกว่าจะได้อยู่อย่างมีความสุขค่ะ

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น

1) ตำแหน่งของห้องนั่งเล่น (ที่สำคัญสุด)
1.1 ควรตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของบ้าน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ใช้สอย
1.2 ควรจัดให้อยู่ในบริเวณที่เห็นได้เด่นชัด เนื่องจากจะบ่งบอกว่าท่านยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ
1.3 ไม่ควรอยู่ชิดประตูทางเข้าหลักของบ้านมากเกินไป ควรมีโถงเล็กๆ จากประตูหน้าบ้านมาก่อนถึงห้องนั่งเล่น เนื่องจากเราต้องการพื้นที่สะสม ”กระแสอากาศ” หรือ ”ฮวง” ที่ผ่านมาจากประตูหน้าบ้านที่มากพอ
1.4 ควรที่จะตั้งอยู่ก่อนหน้าห้องนอน ไม่ควรตั้งอยู่หลังห้องนอน
1.5 ควรที่จะเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเท ความสว่างสดใส แต่ระวังมุมที่แดดแรงเกินไป
1.6 ไม่ควรอยู่ในมุมหรือบริเวณบ้านที่มีสภาพมืดและอับ จนเกินไป
1.7 ทางเข้าของห้องนั่งเล่นไม่ควรจะมีประตู ควรหลีกเลี่ยงการนำฉากมาตั้งไว้ตรงประตูทางเข้า
1.8 ไม่ควรเห็นห้องครัว และห้องน้ำอย่างชัดเจน หรือไม่ควรเห็นทางเดิน โดยเฉพาะทางบันได

ห้องนั่งเล่น

2) ไม่ควรมีคานหรือฝ้าหลุม (ฝ้าเป็นชั้นๆ)
เมื่อกระแสอากาศไหลเวียนที่ปะทะกับคานจะโดนคานบังคับให้กระแสกดต่ำลงมาใต้คาน ทำให้บริเวณใต้คานนั้นมีกระแสกดทับลงมา เป็นสาเหตุให้คนที่นั่งหรือนอนใต้คานนั้นเจ็บป่วยหรือหงุดหงิดได้ง่าย