สำรวจให้ดีก่อนซื้อบ้าน ระวังเจอ 6 “ฮวงจุ้ย” พลังลบ

333

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือที่พักอาศัยใหม่ เรื่อง “ฮวงจุ้ย” เป็นเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะคุณอาจชอบบ้านหลังดังกล่าวมาก แต่กลับไม่รู้ว่ามี “ฮวงจุ้ย” พลังลบซ่อนอยู่ มาสำรวจกันดีกว่าว่ามีจุดไหนของบ้านบ้างที่อาจเป็นฮวงจุ้ยพลังลบ

1.ประตูด้านหน้าตรงกับประตูด้านหลัง นี่เป็นหนึ่งในฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเพราะถ้าประตูหน้ากับประตูหลังบ้านตรงกันพอดี พลังดีที่ไหลเข้ามาภายในบ้านจะพุ่งตรงออกไปทางประตูหลังทันที ไม่เกิดการกักเก็บหรือหมุนเวียนพลังอยู่ภายใน

2.บันไดบ้านหันหน้าตรงกับประตูหลัก หากเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วเจอบันได ตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร เนื่องจากเมื่อพลังไหลเข้ามาภายในตัวบ้านแล้วจะวิ่งผ่านขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีการกักเก็บพลังชี่ซึ่งเป็นพลังที่ดีไว้ภายในบ้าน

3.ห้องน้ำตรงกับประตูหน้า ถ้าเป็นเช่นนี้พลังงานดีที่จะไหลออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

4.บันไดอยู่กลางบ้าน ถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี

5.ห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ศูนย์กลางของบ้านถือเป็นหัวใจสำคัญของพลังหยินหยาง แต่ไม่ควรเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ

6.ห้องนอนอยู่เหนือโรงจอดรถ ห้องนอนไม่ควรตั้งอยู่เหนือโรงจอดรถ เนื่องจากโรงจอดรถมีพลังเคลื่อนไหวเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักแล้วอาจส่งผลให้เรานอนไม่หลับเพราะไม่มีความสงบ

ผังบ้านดีชีวิตเปลี่ยน 7 เทคนิคดูผังบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

111

ผังบ้าน หรือผังห้อง ก็สามารถจะใช้ศาสตร์ของฮวงจุ้ยดูได้เช่นกันว่า ผังบ้านนั้น เป็นผังที่ดีหรือไม่ ยิ่งใครมีโครงการจะสร้างบ้าน หรือปรับปรุงบ้านใหม่ หากรู้วิธีการดูผังบ้านที่ถูกหลัก ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ผังบ้านที่ดี จะนำมาซึ่งพลังที่ดี ประหยัดทั้งเวลา ทั้งเงิน ไม่เพียงแค่ผู้จะสร้างบ้านหรือตกแต่งบ้านเท่านั้น ผู้ที่จะซื้อบ้าน หรือเช่าบ้าน ก็ควรรู้เทคนิคคร่าว ๆ ว่าผังแบบไหนดี ซึ่งวันนี้เลยนำเทคนิคในการเลือกผังบ้าน 7 ข้อไว้พิจารณา
111
1.ดูประตูทางเข้าบ้าน : ประตูทางเข้าบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน หรือไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และไม่ควรจะหันชนประตูตู้ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป ไม่ชนกับบันไดอย่างต่ำต้องห่างจากผนังหรือบันไดประมาณ 2-3 ฟุต และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะการเปิดออกเป็นการผลักพลังงานออกจากบ้าน

2.ดูประตูหน้าต่าง : ทั้งรูปร่าง และสถานที่ติดตั้งประตู หน้าต่างเป็นสิ่งที่สำคัญ พลังงานจะต้องมีการไหลเวียนเข้าทางประตู หน้าต่างในทุกจุดทุกบานหน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์กัน และเป็นช่องทางของแสงและพลังงานที่จะเข้ามาในบ้าน โดยหลัก ๆ แล้ว จุดที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ประตูบานอื่น ๆ ในบ้านตรงกับประตูทางเข้าบ้าน หรือหน้าต่างบานสูงใหญ่ ประตูแต่ละบานไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป และเมื่อเปิดบานประตูจะต้องไม่ชนกัน ประตูและหน้าต่างแต่ละบานจะต้องมีพื้นที่รอบ ๆ ของตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การมีหน้าต่างหลังบ้าน ยิ่งหลังบ้านมีหน้าต่างหลายบานพลังงานก็จะยิ่งอ่อนลง
222
3.ดูตำแหน่งและการออกแบบห้องนอน : ห้องนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย แต่บ้านจำนวนมากมีห้องนอนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น มีห้องนอนหลักอยู่บนโรงรถ หรือบนครัว รวมทั้งอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ห้องนอนนั้นต้องการพลังงานที่สงบ และสมบูรณ์เพื่อสนับสนุนการนอนพักผ่อน และเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ จุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องนอนต้องอยู่ด้านบนของพื้นที่ที่สงบหรือที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม เช่นอยู่เหนือบริเวณที่อ่านหนังสือ เหนือห้องรับประทานอาหารเย็น หรืออาหารเช้า หรืออาจจะเป็นบริเวณหลังบ้าน หลังจุดกึ่งกลางของบ้านเพื่อไม่ให้มีพลังของการจราจร ซึ่งเป็นความสับสนวุ่นวายเข้ามา และจุดที่ไม่ดีที่สุดก็คือ เหนือโรงรถ ครัว และออฟฟิศ การวางผังห้องนอนก็มีความสำคัญคือ ไม่ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ ตรงกับประตูห้องนอน และเตียงนอนไม่ควรอยู่ใต้หน้าต่าง แต่ควรมีหัวเตียงพิงกับผนัง

4.ตำแหน่งของห้องครัว : ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมาก 3 ห้องหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องครัวที่ดี จะนำมาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตำแหน่งห้องครัวที่ไม่ดีคืออยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน โดยเห็นเป็นห้องแรกเมื่อเข้ามาในบ้าน ไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำ ไม่ควรหันชนกับห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้บันได แต่จุดที่พอใช้ได้จะคือ อยู่ใกล้ห้องซักล้าง หรือโรงรถ ส่วนจุดที่ตั้งของเตาไฟนั้น ก็ให้ยึดหลักว่า เมื่อเวลาทำอาหาร เราไม่ควรหันหลังให้ประตู
111
5.ตำแหน่งของบันได : บันไดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน และตำแหน่งบันไดที่จัดว่าไม่ดี มี 3 ตำแหน่งคือ อยู่บริเวณกลางบ้าน หรือกลางสำนักงาน เพราะพลังงานบริเวณกึ่งกลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของบ้าน การมีบันไดจะทำให้มีพลังงานขึ้นลงมาขัดขวาง อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรตั้งบันไดก็คืออยู่ถัดจากประตูเข้าบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังชี่ ทำให้เกิดความเร่งรีบ การทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่มีความมั่นคง และอีกตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นจุดของสุขภาพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรัก และทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเงินทอง

6.ห้องน้ำ ห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า : เริ่มจากห้องน้ำ จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ บริเวณใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หันชนกับห้องครัว จุดที่เป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก และความสัมพันธ์ ส่วนห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า รวมทั้งตู้เก็บของนั้น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณต่อไปนี้ ห้องซักล้างไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอน หรือประตูทางเข้าบ้าน และไม่ควรมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับห้องนอน
111
7.ห้องสำหรับการรวมตัวของสมาชิกครอบครัว : ห้องดังกล่าวนี้ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต จุดที่ถือว่าเหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นจุดแรกคือบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรักและการแต่งงาน ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของเด็ก ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองทิศจึงนับว่าเป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับห้องที่เป็นที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้าน

ตำแหน่งห้าม! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

การจัดห้องพระในพื้นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดนั้นนอกจากการจัดตำแหน่งพระบนหิ้งแล้วนั้น สิ่งที่เราควรคำนึงถึงก็คือตำแหน่งของห้องพระ เพราะห้องพระถือเป็นตำแหน่งที่มีข้อต้องห้ามหลายตำแหน่ง ทั้งด้วยเหตุผลทางความเป็นจริงเอง และทั้งด้วยเหมาะสมตามหลักวัฒนธรรมประเพณีไทยก็ตาม ฉะนั้นเราควรคำนึงถึงตำแหน่งในการจัดห้องพระเพื่อให้เหมาะสมและเพื่อให้เป็น ห้องที่เรียกว่า “มุมสงบ” อย่างแท้จริง

ตำแหน่งห้าม!! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

หากห้องพระติดกับห้องนอน สิ่งที่ตรงพึงระวังอีกหนึ่งอย่างคือการวางเตียงนอน ในกรณีที่ห้องพระติดกับห้องนอนนะคะ คุณจะต้องพิจารณาเรื่องการวางเตียงนอนเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง โดยห้ามวางเตียงนอนในลักษณะหันปลายเท้าไปที่ห้องพระเพราะถือว่าเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตำแหน่งเตียงนอนควรวางในลักษณะที่ขวางกับห้องพระ ห้ามวางเอาปลายเตียงหันไปที่ห้องพระ เพราะคนนอนจะหันเท้าไปที่ห้องพระไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งกับผู้ที่อยู่อาศัย ต้องพิจารณาว่าถ้าตำแหน่งขององค์พระไม่ติดกับหัวเตียงก็สามารถวางได้ แต่หากติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลจากธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวได้ง่ายและนอนไม่ค่อยหลับ

“ฮวงจุ้ยกระจก” เลือกติดอย่างไรไล่พลังลบ รับพลังบวกให้บ้าน

มีคำกล่าวเกี่ยวกับกระจก กับหลักฮวงจุ้ยว่า กระจก เป็นสิ่งสำคัญ เสมือนเป็นยาแอสไพรินในหลักฮวงจุ้ยเลยทีเดียว การติดกระจก จะช่วยแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ได้ เพราะกระจกสามารถสะท้อนพลังทั้งพลังด้านบวกและพลังด้านลบออกไป

หลักการติดกระจกตามหลักฮวงจุ้ย มีดังนี้

– กระจกใช้ได้หลายอย่าง เรียกได้ว่าเป็นยาสำหรับรักษาหรือแก้ไขอาการของศาสตร์ฮวงจุ้ย

– กระจกสามารถส่งหรือเปลี่ยนพลังงานได้

– กระจกสามารถผลักดันพลังด้านลบ หรือสิ่งที่ไม่ดีออกไปได้

– กระจกสามารถดูดพลัง เพิ่มแสง ขยายพื้นที่ และกระตุ้นการไหลเวียนของพลังชี่

– กระจกเป็นสัญญาลักษณ์ที่แสดงตัวตน กระจกควรจะต้องใส ไม่ขุ่นมัว

– กระจก แสดงถึงธาตุน้ำในหลักฮวงจุ้ย

ผลของการติดกระจกตามหลักฮวงจุ้ย

– ต้องเลือกกระจกใส ไม่มีการแตกหรือบิ่น ไม่ติดกระเบื้อง เพราะกระเบื้อง จะสะท้อนพลังงาน ทำให้พลังงานแตกกระจาย

– ต้องทำความสะอาดกระจกบ่อย ๆ เพื่อให้กระจกใสอยู่เสมอ

– กระจกต้องสะท้อนให้เห็นภาพที่สวยงาม อาจจะเป็นวิวที่สวยงามจากภายนอก ถ้าเป็นไปได้

– หากจะติดกระจกบริเวณประตูทางออก อย่าติดตรงกับประตูเพราะจะเป็นการสะท้อนพลังออกไปเหมือนกับการขับไล่คนที่จะเข้ามา ไม่ให้เข้ามา

– การติดกระจกทรงสี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยมนั้น ติดเพื่อความสมดุล ส่วนกระจกแปดเหลี่ยมติดเพื่อสะท้อนพลัง และกระจกทรงกลมติดเพื่อความกลมกลืน

– กระจก ให้แขวนให้สูงพอเพียงพอในระดับที่เมื่อส่องแล้วเห็นศีรษะครบ เพราะหากศีรษะถูกตัดออกไป จะเป็นการสะท้อนตัวตน

– การติดกระจกหลังเตาไฟ ไม่เป็นผลดีกับความมั่งคั่ง

– ในการทำครัว ผู้ทำต้องอยู่ในจุดที่พร้อมสั่งการ ต้องมองเห็นทางเข้า หากทำอาหารโดยหันหลังให้กับประตูทางเข้าครัว ให้ติดกระจก เพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นได้ว่า มีใครเดินเข้ามาในครัว

– กระจกในห้องนอน หากใหญ่เกินไป ทำให้นอนหลับไม่สบาย ควรมีที่ปิด

– อย่าแขวนกระจกในมุมที่ส่องไปยังใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ

– การติดกระจกเพื่อการตกแต่งบ้านนั้น จะให้ผลดีที่สุด เมื่อติดในตำแหน่งที่สะท้อนให้เห็นวิว หรือวัตถุที่มีความสวยงาม

ประตูหน้าบ้าน กับประตูหลังบ้านตรงกัน ไม่ดีจริงหรือ ?

33

เรื่องของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้านตรงกันคนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ดี แต่ตามเพจ Horosociety199 มีข้อมูลดีๆ ของอ.ดลฤดี หมอดูไฮโซ มาฝากเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งของประตูหน้าบ้านกับประตูหลังบ้าน ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าจริงหรือที่ว่าประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกันแล้วจะไม่ดี

ประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศที่ดีก็ใช้โชค

คงได้ยินกันบ่อยๆว่า หากประตูหน้าบ้านและประตูหลังบ้านตรงกันจะไม่ดี แต่ความเชื่อนี้ก็ไม่ได้จริงเสมอไปนะคะ เพราะหากประตูหน้าอยู่ในทิศที่ให้โชคเช่น ทิศมังกร ซึ่งมีพลังชี่หรือก็คือพลังที่ให้โชคดีๆ พัดเข้าบ้านตลอด ทุกครั้งที่มีคนมาหาก็จะนำเรื่องดีๆ หรือโชคลาภมาให้เสมอ ทำให้มีรายได้เข้าบ้านตลอด

111

ประตูหลังบ้านตรงกับประตูหน้าบ้านทิศให้โชค…ไม่เป็นไร

ส่วนหลังบ้านถ้ามีประตูตรงกันก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่เปิดประตูตรงนั้นนานๆ ที โชคก็จะไม่ไหลออกไปข้างนอกแล้วค่ะ อีกอย่างเวลาเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อรับแขกหรือเพื่อเข้า-ออกจากบ้าน ประตูด้านหลังก็มักจะปิดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรรั่วไหลออกไปได้ ทำให้โชคหมุนเวียนอยู่แต่ในบ้าน ยิ่งเรามีพัดลมติดฝ้าเพดาน เป็นพัดลมซี่ๆ หรือพัดลมหมุนรอบตัว จะยิ่งทำให้บ้านมีโชคลาภอยู่ตลอด ใครมาหาก็จะพาโชคมาให้ได้ชื่นใจเสมอ

ประตูหลังบ้านอยู่ในทิศไม่ดี อาจทำให้ล้มละลาย

แต่ถ้าประตูหน้าบ้านอยู่ในทิศไม่ดี ก็อาจเกิดคดีความ ล้มละลาย หรือเจ็บป่วยได้ เราจึงต้องเปิดประตูหน้าบ้านและหลังบ้านที่ตรงกันไว้ตลอดเวลา โดยอาจจะมีประตูมุ้งลวดเป็นประตูด้านในไว้กันยุงกันฝุ่นทั้งประตูหน้าและหลัง เพื่อให้ลมพัดเอาสิ่งไม่ดีที่เข้ามาทางหน้าบ้านออกไปทางหลังบ้านได้เลย ไม่เก็บไว้ในบ้านให้เป็นเรื่อง ซึ่งเป็นทางแก้ที่ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงินทุบหรือทำอะไรเลยค่ะ

กั้นป้องกันสิ่งไม่ดี

หรือบางคนอาจหาตู้โชว์หรือสิ่งของมากั้นไว้ระหว่างกลาง เพื่อไม่ให้ประตูด้านหน้าและหลังตรงกันก็ได้ แต่วิธีนี้ให้ทำเฉพาะเคสที่ประตูหน้าอยู่ในทิศที่ไม่ดีนะคะ เพราะปกติแล้ว บ้านเราควรจะเป็นห้องโล่งโปร่งสบายมีเฟอร์นิเจอร์วางเป็นระเบียบ การไปกั้นห้องแยกเป็นหลายห้องเยอะๆ จะยิ่งดูลึกลับซับซ้อนมากไป ทำให้บ้านดูแคบลงและอึดอัดเพราะทึบไปหมดจนหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งถ้าประตูหน้าเป็นทิศให้โชคแล้วดันไปกั้นห้องเยอะๆ แบบนี้ อาจทำให้พลังโชคไหลเข้ามาได้ไม่เต็มที่ เพราะทางเดินลมไหลไม่สะดวก

ก่อนคิดต่อเติมบ้านต้องดูให้ดี

ส่วนการต่อเติมบ้านไม่ว่าจะด้านหน้าหรือหลังเราต้องรู้ก่อนว่าจุดที่จะต่อเติมเป็นจุดดีของบ้านหรือไม่ โดยการดูฮวงจุ้ยวัดองศาบ้านเพื่อให้สามารถแยกได้ว่าหลังบ้านเป็นทิศอะไร จุดดีหรือไม่ดีอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วหากจะต่อเติมตรงนั้นจะดีหรือไม่ เพราะการต่อเติมบ้านมันต้องใช้เงินเยอะและไม่ได้รื้อถอนออกไปง่ายๆ เราจึงควรดูฮวงจุ้ยให้แน่ใจเสียก่อนว่า ที่สำคัญต้องดูว่าจะใช้ห้องที่ต่อเติมเพื่อทำอะไร แม้กระทั่งใช้เป็นลานซักผ้า เพราะหากอยู่ในจุดที่ไม่ดีแม่บ้านก็อาจขี้เกียจทำงาน เสื้อผ้าก็จะถูกหมักไว้หลายวันก่อนนำไปซัก ทำให้เกิดการหมักหมมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หรือหากอยู่ตรงจุดล้างทำความสะอาด แม่บ้านก็อาจทำแบบขอไปที ภาชนะต่างๆอาจจะมีเชื้อโรคแฝงอยู่ถ้านำไปใช้ ก็อาจสร้างความเจ็บป่วยให้คนในบ้านได้แบบไม่รู้ตัว

ทิศของบ้านสำคัญมาก

นั่นคือกรณีที่เราซื้อไปแล้วนะคะ แต่หากยังไม่ได้ซื้อ เราก็ควรดูให้ดีว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในทิศให้คุณให้โทษอย่างไร เพราะถ้าใช้หลับนอนเฉยๆ ก็คงไร้ประโยชน์ การทำให้มีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้นด้วยก็น่าจะดีกว่านะคะ อีกอย่างบ้านที่เราอยู่อาศัยก็ต้องใช้เงินซื้อมาแพง อย่าคิดว่าซื้อตามที่ชอบหรือขึ้นอยู่กับบุญวาสนาเลยค่ะ เพราะการลงทุนซื้อบ้านไปครั้งนึง ก็ต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเหมือนกันนะคะกว่าจะมีปัญญาซื้อใหม่อีกหลัง ดังนั้นควรเช็คก่อนซื้อดีกว่าจะได้อยู่อย่างมีความสุขค่ะ

เสริมดวงฮวงจุ้ยภายในห้องนอน

การวางเตียงนอนตามหลัก

           เตียงห้องนอนเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่คนส่วนใหญ่ใช้มากที่สุดของช่วงชีวิตเรา ดังนั้นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญในห้องนอนที่ส่งผลต่อสุขภาพและดวงในเรื่องต่าง ๆ ของเจ้าของบ้านมาก เราจึงควรจัดห้องนอนและตำแหน่งตั้งที่เตียงเหมาะสมภายในห้องนอน

           หากตั้งในตำเหน่งไม่ดี อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เนื่องจากร่างกายของมนุษย์มีสนามพลังที่เกิดจากการไหลเวียนภายใน เมื่อนอนหลับ สนามพลังดังกล่าวก็จะหมุนเวียนสอดคล้องกับสนามแม่เหล็กของโลก

ห้องนอน

ที่ตั้งของเตียง ให้หัวเตียงของคุณให้พิงผนังห้อง

           เตียงควรมี ”หลังอิง”กฎหลังอิงข้อนี้ยังประยุกต์ใช้กับการตั้งวางสิ่งอื่นๆอีกด้วย แต่ที่สำคัญคือเตียง สิ่งค้ำจุนที่แน่นหนาเบื้องหลังศรีษะทำให้คุณรู้สึกสบายใจหรือมั่นคง ในขณะที่คุณนอนหลับจิตใต้สำนึกจะผ่อนคลายและลดความระมัดระวัง มันจึงทำให้คุณนอนหลับดีขึ้น

ไม่ควรตั้งหัวเตียงของคุณติดกับหน้าต่าง

           การตั้งเตียงเช่นนี้ไม่ให้หลังอิงที่มั่นคงพอ ทั้งไม่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอีกด้วย และจะรู้สึกมั่นคงน้อยลงถ้าเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นในจิตใต้สำนึก จึงทำให้คุณนอนไม่ค่อยหลับหรือนอนกระสับกระส่าย
ไม่ควรตั้งหัวเตียงนอนของคุณเข้าหามุมห้อง

           การตั้งเตียงทะแยงกับห้องโดยหัวเตียงอยู่มุมแหลมของห้องเช่นนี้ไม่ให้หลังอิง มันยังทำให้คุณสูญเสียพลังงานอีกด้วย เนื่องจากพลังงานหนีหายผ่านมุม
ไม่ควรตั้งเตียงนอนในบริเวณที่ข้างล่างโล่ง

           บริเวณที่ข้างล่างโล่งได้แก่ ส่วนของชั้นบนที่ยื่นออกโดยไม่มีพื้นฐานรองรับ ถ้าห้องนอนของคุณมีลักษณะเช่นนี้ อย่าตั้งเตียงของคุณไว้ที่บริเวณนี้ คนที่นอนในบริเวณนี้จะสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง เนื่องจากจิตใจจะรับรู้อยู่เสมอว่าข้างล่างว่างเปล่า
ไม่ควรตั้งเตียงให้ตรงกับประตูห้อง

           มันจะรบกวนสนามพลังงานของเตียงทุกครั้งที่ประตูเปิด เพราะชี่ที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วจะพุ่งเข้าชน ถ้าประตูเปิดไปสู่ห้องน้ำห้องส้วม สนามพลังของเตียงจะดึงดูดความชื้นและกลิ่นเหม็นของชี่ห้องส้วมไปที่เตียง ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ปัญหาที่มักเกิดขึ้นจะเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ถ้าเตียงตั้งอยู่ระหว่างประตูสองบาน ชี่จากประตูทั้งสองจะทำให้พลังงานปั่นป่วน มันจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดอารมณ์ร้อนและหงุดหงิด
อย่านอนสูงจากพื้นมากเกินไป

           ถ้าเตียงนอนสูงเกินไป คุณจะตัดขาดจากชี่ดิน ยิ่งเตียงสูงเท่าไหร่คุณจะได้รับชี่น้อยเท่านั้น ถ้าคุณอยู่ในระยะพักฟื้นจากความเจ็บป่วย คุณจะฟื้นตัวเร็วขึ้นถ้าคุณนอนบนเตียงต่ำๆ หรือนอนบนพื้น คุณไม่ควรใช้เตียงน้ำ ถ้าคุณมีเตียงน้ำ จงใช้มันในบ้านตากอากาศ ซึ่งจะไปพักไม่เกินคราวละหนึ่งเดือน
ไม่ควรตั้งเตียงของคุณใต้ห้องน้ำห้องส้วมของชั้นบน

           นี่คือกฎพื้นฐานของฮวงจุ้ย ห้องน้ำห้องส้วมเป็นสถานที่สกปรก น้ำเสียและของเสียที่ถูกชักโครกทิ้งเหนือศรีษะคุณ จะส่งผลเสียต่อชี่กายของคุณ การตั้งเตียงไว้ใต้ห้องน้ำห้องส้วมของชั้นบนยังไม่ค่อยโรแมนติกอีกด้วย และไม่ควรตั้งหัวเตียงของคุณไว้ข้างหลังชักโครกของห้องน้ำห้องส้วมด้วยเหตุผลเดียวกัน

ไม่ควรตั้งเตียงนอนใต้แท็งค์น้ำ

           ชี่น้ำจะแทรกซึมลงพื้นข้างใต้ ถ้ามีแท็งค์น้ำเหนือห้องนอนโดยเฉพาะเตียงนอนของคุณ คุณจะดูดซึมอินของชี่น้ำเข้าไปในตัว ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพของคุณ
อย่าตั้งหัวเตียงของคุณไว้ข้างหลังเตาหรืออุปกรณ์อื่นๆที่ให้กำเนิดความร้อน

           เตาหรืออุปกรณ์อื่นๆที่ก่อให้เกิดความร้อนจะปล่อยคลื่นความถี่ของธาตุไฟออกมา ถ้าใช้อุปกรณ์เหล่านี้ทุกวันเป็นประจำ สนามความร้อนที่สั่งสมเพิ่มพูนจะแทรกซึมผ่านผนังกำแพงที่อยู่ข้างหลังเตียงของคุณ พลังงานแฝงเร้นนี้จะส่งผลกระทบต่อคุณในยามที่คุณเปราะบาง นั่นคือ ขณะหลับ ผลคือ คุณจะกลายเป็นคนหงุดหงิดและอารมณ์ร้อน และไม่ควรตั้งเตียงนอนไว้เหนือเตาไฟถ้าคุณนอนชั้นบน ชี่ไฟจะพุ่งขึ้นและแทรกซึมสู่พื้นชั้นบน

ฮวยจุ้ยภายใน

ฮวยจุ้ย

 

ฮวงจุ้ย ที่ดีอยู่ดีมีสุข ร่ำรวยๆ

[metaslider id=77]

            ลานหน้าบ้านทำหน้าที่ในการรวบรวม พลังมงคล เรียกกันว่า พลังชี่ (พลังงานจักรวาล) หรือปราณมงคล ที่มักจะกระจายตัวอยู่ทุกหนแห่งจากสภาพแวดล้อม ให้มาพักรวมตัวกันที่บริเวณลานหน้าบ้าน ก่อนที่พลังมงคลเหล่านั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อาคารบ้านเรือนเพื่ออำนวยผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรื่องให้กับผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านนั้นเอง

            พื้นที่บริเวณลานหน้าบ้านนั้น เรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อบ้านในวิชาฮวงจุ้ย บางตำราถึงขนาดเรียกขานพื้นที่บริเวณนี้ว่าเป็น ลานรับโชค เพราะตามหลักวิชาฮวงจุ้ยถือว่า ลานหน้าบ้านเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านกับโลกภายนอก หรือความเป็นส่วนตัวของมนุษย์กับสภาพแวดล้อม

ฮวยจุ้ย

1. ดูประตูทางเข้าบ้าน : ประตูทางเข้าบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน หรือไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และไม่ควรจะหันชนประตูตู้ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป ไม่ชนกับบันไดอย่างต่ำต้องห่างจากผนังหรือบันไดประมาณ 2-3 ฟุต และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะการเปิดออกเป็นการผลักพลังงานออกจากบ้าน

ฮวยจุ้ย

2. ดูประตูหน้าต่าง : ทั้งรูปร่าง และสถานที่ติดตั้งประตู หน้าต่างเป็นสิ่งที่สำคัญ พลังงานจะต้องมีการไหลเวียนเข้าทางประตู หน้าต่างในทุกจุดทุกบานหน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์กัน และเป็นช่องทางของแสงและพลังงานที่จะเข้ามาในบ้าน โดยหลัก ๆ แล้ว จุดที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ประตูบานอื่น ๆ ในบ้านตรงกับประตูทางเข้าบ้าน หรือหน้าต่างบานสูงใหญ่ ประตูแต่ละบานไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป และเมื่อเปิดบานประตูจะต้องไม่ชนกัน ประตูและหน้าต่างแต่ละบานจะต้องมีพื้นที่รอบ ๆ ของตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การมีหน้าต่างหลังบ้าน ยิ่งหลังบ้านมีหน้าต่างหลายบานพลังงานก็จะยิ่งอ่อนลง

ฮวยจุ้ย
3. ดูตำแหน่งและการออกแบบห้องนอน : ห้องนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย แต่บ้านจำนวนมากมีห้องนอนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น มีห้องนอนหลักอยู่บนโรงรถ หรือบนครัว รวมทั้งอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ห้องนอนนั้นต้องการพลังงานที่สงบ และสมบูรณ์เพื่อสนับสนุนการนอนพักผ่อน และเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ จุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องนอนต้องอยู่ด้านบนของพื้นที่ที่สงบหรือที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม เช่นอยู่เหนือบริเวณที่อ่านหนังสือ เหนือห้องรับประทานอาหารเย็น หรืออาหารเช้า หรืออาจจะเป็นบริเวณหลังบ้าน หลังจุดกึ่งกลางของบ้านเพื่อไม่ให้มีพลังของการจราจร ซึ่งเป็นความสับสนวุ่นวายเข้ามา และจุดที่ไม่ดีที่สุดก็คือ เหนือโรงรถ ครัว และออฟฟิศ การวางผังห้องนอนก็มีความสำคัญคือ ไม่ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ ตรงกับประตูห้องนอน และเตียงนอนไม่ควรอยู่ใต้หน้าต่าง แต่ควรมีหัวเตียงพิงกับผนัง

ฮวยจุ้ย

4. ตำแหน่งของห้องครัว : ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมาก 3 ห้องหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องครัวที่ดี จะนำมาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตำแหน่งห้องครัวที่ไม่ดีคืออยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน โดยเห็นเป็นห้องแรกเมื่อเข้ามาในบ้าน ไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำ ไม่ควรหันชนกับห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้บันได แต่จุดที่พอใช้ได้จะคือ อยู่ใกล้ห้องซักล้าง หรือโรงรถ ส่วนจุดที่ตั้งของเตาไฟนั้น ก็ให้ยึดหลักว่า เมื่อเวลาทำอาหาร เราไม่ควรหันหลังให้ประตู

ฮวยจุ้ย

5. ตำแหน่งของบันได : บันไดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน และตำแหน่งบันไดที่จัดว่าไม่ดี มี 3 ตำแหน่งคือ อยู่บริเวณกลางบ้าน หรือกลางสำนักงาน เพราะพลังงานบริเวณกึ่งกลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของบ้าน การมีบันไดจะทำให้มีพลังงานขึ้นลงมาขัดขวาง อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรตั้งบันไดก็คืออยู่ถัดจากประตูเข้าบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังชี่ ทำให้เกิดความเร่งรีบ การทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่มีความมั่นคง และอีกตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นจุดของสุขภาพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรัก และทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเงินทอง

ฮวยจุ้ย

6. ห้องน้ำ ห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า : เริ่มจากห้องน้ำ จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ บริเวณใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หันชนกับห้องครัว จุดที่เป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก และความสัมพันธ์ ส่วนห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า รวมทั้งตู้เก็บของนั้น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณต่อไปนี้ ห้องซักล้างไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอน หรือประตูทางเข้าบ้าน และไม่ควรมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับห้องนอน

ฮวยจุ้ย

7. ห้องสำหรับการรวมตัวของสมาชิกครอบครัว : ห้องดังกล่าวนี้ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต จุดที่ถือว่าเหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นจุดแรกคือบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรักและการแต่งงาน ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของเด็ก ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองทิศจึงนับว่าเป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับห้องที่เป็นที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้าน

ฮวยจุ้ย

 

 

 

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น

1) ตำแหน่งของห้องนั่งเล่น (ที่สำคัญสุด)
1.1 ควรตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของบ้าน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ใช้สอย
1.2 ควรจัดให้อยู่ในบริเวณที่เห็นได้เด่นชัด เนื่องจากจะบ่งบอกว่าท่านยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ
1.3 ไม่ควรอยู่ชิดประตูทางเข้าหลักของบ้านมากเกินไป ควรมีโถงเล็กๆ จากประตูหน้าบ้านมาก่อนถึงห้องนั่งเล่น เนื่องจากเราต้องการพื้นที่สะสม ”กระแสอากาศ” หรือ ”ฮวง” ที่ผ่านมาจากประตูหน้าบ้านที่มากพอ
1.4 ควรที่จะตั้งอยู่ก่อนหน้าห้องนอน ไม่ควรตั้งอยู่หลังห้องนอน
1.5 ควรที่จะเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเท ความสว่างสดใส แต่ระวังมุมที่แดดแรงเกินไป
1.6 ไม่ควรอยู่ในมุมหรือบริเวณบ้านที่มีสภาพมืดและอับ จนเกินไป
1.7 ทางเข้าของห้องนั่งเล่นไม่ควรจะมีประตู ควรหลีกเลี่ยงการนำฉากมาตั้งไว้ตรงประตูทางเข้า
1.8 ไม่ควรเห็นห้องครัว และห้องน้ำอย่างชัดเจน หรือไม่ควรเห็นทางเดิน โดยเฉพาะทางบันได

ห้องนั่งเล่น

2) ไม่ควรมีคานหรือฝ้าหลุม (ฝ้าเป็นชั้นๆ)
เมื่อกระแสอากาศไหลเวียนที่ปะทะกับคานจะโดนคานบังคับให้กระแสกดต่ำลงมาใต้คาน ทำให้บริเวณใต้คานนั้นมีกระแสกดทับลงมา เป็นสาเหตุให้คนที่นั่งหรือนอนใต้คานนั้นเจ็บป่วยหรือหงุดหงิดได้ง่าย

ฮวงจุ้ยบ้านเรียกทรัพย์

 

1. เปิดบ้านให้โล่งต้อนรับพลังงานดี ๆ

สิ่งสำคัญที่ควรนึกถึงก่อนจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยนั่นก็คือ พลังชี่ (Chi) เป็นพลังงานดีที่จะทำให้ชีวิตมีแต่เรื่องมงคล ดังนั้นเราจึงควรทำบ้านให้โล่งเข้าไว้ จัดเฟอร์นิเจอร์และข้าวของต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อเปิดทางต้อนรับพลังงานที่ดีให้เข้ามาหมุนเวียนอยู่ภายในบ้าน และที่สำคัญต้องหมั่นทำความสะอาดบ้าน อย่าให้มีสิ่งสกปรกที่คอยเป็นอุปสรรคขวางกั้นให้ออกไปจากบ้านด้วยนะคะ

2. เลือกใช้สีที่สื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย

ดูเหมือนว่าคำแนะนำในการเลือกโทนสีเพื่อแต่งบ้านเสริมความมั่งคั่งนั้นจะเน้นไปทางสีทองเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและมั่งคั่ง อีกทั้งยังเข้ากับเทรนด์สีที่กำลังมาในตอนนี้เลยทีเดียว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สีทองทาผนังบ้านให้เด่นชัดเสมอไป แค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้านที่มีลวดลายสีทอง เช่น กระจกขอบทอง กรอบรูปสีทอง โคมไฟที่มีฐานสีทอง หรือโต๊ะกาแฟสีทอง แต่ถ้าใครไม่ถูกสเปคกับสีทองจริง ๆ ก็ไม่ต้องกังวลไป ให้ลองหันมาใช้สีม่วงโทนหรูหราแทนก็ได้ค่ะ

3. อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาบูชา

ก่อนจะอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือเข้ามาบูชาภายในบ้าน แนะนำให้ใช้หลักปากัว (Bagua) หรือยันต์แปดเหลี่ยมในการหาทิศที่เหมาะสม ซึ่งนั่นก็คือทิศเหนือและจะต้องเป็นจุดศูนย์กลางของบ้าน ที่สำคัญห้ามตั้งในห้องน้ำ ห้องซักรีด และโรงรถเป็นขาด นอกจากนี้ในส่วนของแท่นบูชาควรมีอัญมณีมาประดับตกแต่งเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลด้วย

4. แต่งบ้านด้วยธรรมชาติ

พลังในธรรมชาติเป็นพลังงานที่อุดมสมบูรณ์และพรั่งพร้อมไปด้วยความมั่งคั่งมากที่สุดแหล่งหนึ่ง ดังนั้นหากเรานำต้นไม้ใบเขียวหรือ ต้นไม้มงคลมาประดับตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ในบ้านก็ช่วยดึงดูดความมั่งคั่งให้กับคนในบ้านได้เป็นอย่างดี ทิศที่เหมาะสมกับการวางต้นไม้คือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันออกเฉียงใต้

5. เพิ่มการเคลื่อนไหวของน้ำที่ช่วยหมุนเวียนพลังงาน

นอกจากจะมีความเขียวขจีที่ช่วยดูดซับความมั่งคั่งแล้ว ถ้าให้ดีจะต้องมีการเคลื่อนไหวของน้ำภายในบ้านด้วยเช่นกัน ให้หาน้ำพุ น้ำตก หรือบ่อน้ำขนาดเล็กมาตั้งไว้ทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อนำพาโชคลาภเงินทองให้เข้ามาในบ้าน ที่สำคัญช่วยให้พลังงานดีในบ้านมีการหมุนเวียน แต่มีข้อแม้อยู่นิดเดียวคือห้ามวางไว้ในห้องนอนเด็ดขาด

6. ประดับบ้านด้วยคริสตัล

อีกหนึ่งสิ่งของสำคัญที่ช่วยส่งเสริมเรื่องโชคลาภและเงินทองก็คงจะหนีไม่พ้น คริสตัล ฉะนั้นคริสตัลจึงเปรียบเสมือนพลังงานหลักของบ้านที่เราต้องหามาประดับไว้เพื่อเสริมโชคลาภ ซึ่งในทางฮวงจุ้ยนั้นก็มีคริสตัลที่สำคัญอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ ไพไรต์ ซิทริน และอเมทิสต์

ฮวงจุ้ยสีผ้าปูที่นอน 12 ราศี

ฮวงจุ้ยภายในบ้าน

12ราศี

1. ราศีมังกร

ต้องขอยกตำแหน่งความพยายามเป็นเลิศ ให้กับชาวราศีมังกรเลยจริง ๆ เพราะทุกโปรเจคที่ชาวราศีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ มักจะประสบความสำเร็จเสมอ ชาวราศีมังกรเป็นคนฉลาด มุมานะพยายาม ไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจอะไรง่าย ๆ จึงส่งผลให้ดูเป็นคนที่มีพลัง เหมาะกับการก้าวขึ้นเป็นผู้นำ และปกป้องผู้อื่นได้ ฉะนั้นผ้าปูที่นอนสีเทาและสีดำ จึงเป็นสีที่ชาวราศีนี้ควรเลือกนำมาใช้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยเสริมพลังอำนาจทั้งในเรื่องของการงาน โชคลาภ และความรัก

2. ราศีกุมภ์

พื้นฐานของชาวราศีกุมภ์เป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริง และมีเมตตาต่อผู้อื่น หรือเรียกได้ว่าเป็นแม่พระของทุกคนเลยก็ได้ค่ะ แต่ชาวราศีนี้จะมีกำแพงบาง ๆ ปิดกั้นตัวเอง รวมไปถึงความสดใส ความร่าเริง และความสามารถของตนเองเอาไว้ ดังนั้นควรจะเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีม่วงอมแดงหรือสีฟ้าสว่าง เพื่อดึงความมั่นใจในตัวของคุณออกมา แล้วจะทำให้มีแต่คนรัก อีกทั้งยังส่งเสริมเรื่องงานให้เจริญก้าวหน้าขึ้นอีกด้วย

3. ราศีมีน

แม้ความอ่อนโยนและความเอาใจใส่คนรอบข้างของชาวราศีมีน จะเป็นข้อดีที่ทำให้มีแต่คนรักก็จริง แต่ในขณะเดียวกันความอ่อนโยนก็กลับกลายมาเป็นดาบ 2 คมที่ทำให้พวกเขาเป็นคนลังเล เชื่ออะไรง่ายจนเกินไป ไม่มั่นคงในสิ่งที่ตนยึดมั่นถือมั่นสักเท่าไร ดังนั้นผ้าปูที่นอนสีม่วงและสีฟ้าอ่อน จะช่วยเสริมความมั่นใจของชาวราศีนี้ให้กลับคืนมา ไม่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงและสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ามาในชีวิต

4. ราศีเมษ

เป็นราศีที่เกิดมาพร้อมกับความเชื่อมั่น ความเป็นผู้นำ และความทะเยอทะยาน จึงส่งผลให้ชาวราศีนี้ดูเป็นคนที่มีพลังและทัศนคติแรงกล้า จนบางครั้งอาจจะทำให้คนอื่นมองคุณว่าเป็นคนดื้อรั้นมากเกินไป ทางที่ดีควรไตร่ตรองก่อนตัดสินใจในทุก ๆ เรื่อง หากชาวราศีเมษคนไหนที่ทำได้อย่างนี้ ก็สามารถเลือกผ้าปูที่นอนสีแดงมาใช้ได้เลยค่ะ เพื่อเสริมความมั่นใจให้คุณประสบความสำเร็จ แต่หากใครที่รู้ตัวว่ายังเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่ แนะนำให้ใช้ผ้าปูที่นอนสีแดงอ่อน ๆ อย่าง สีแดงราสป์เบอร์รี หรือฉีกแนวมาใช้สีที่เป็นธรรมชาติที่จะทำให้ใจเย็นขึ้น ไม่หงุดหงิดง่ายอีกต่อไป

5. ราศีพฤษภ

ชาวราศีพฤษภเป็นคนรักสุนทรี ชอบศิลปะและดนตรี ชอบช่วยเหลือคนรอบข้าง เป็นมิตรที่ดีของเพื่อน ๆ มีความซื่อสัตย์ และยึดมั่นในตัวเองสูง แต่การยึดมั่นก็อาจจะทำให้ชาวราศีนี้ดูเป็นคนหัวแข็งจนเกินไป จนลืมสนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง แนะนำให้ใช้ผ้าปูที่นอนสีน้ำตาล สีเหลือง และสีครีม เพราะจะทำให้มีคนรักและเข้าใจมากขึ้น เสริมความสัมพันธ์ระหว่างคนรอบข้างให้ยิ่งแน่นแฟ้น รวมไปถึงเรื่องของความรัก และเสริมดวงโชคลาภ

6. ราศีเมถุน

ชาวราศีเมถุนเป็นนักสื่อสารที่ดี ช่างพูดช่างคุย และฉลาด แต่ถ้าเป้าหมายไม่ประสบความสำเร็จ คุณก็อาจจะกลายเป็นคนที่คิดฟุ้งซ่านไปเลยก็ได้ ลองเลือกผ้าปูที่นอนสีดำมาใช้ดู เพราะจะทำให้คุณมีความกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น และช่วยให้คุณตัดสินใจกับเรื่องความรักได้ดี

7. ราศีกรกฎ

จากสัญลักษณ์รูปปูบ่งบอกว่าชาวราศีกรกฎเป็นคนที่มีเมตตา รักใครรักจริง และที่สำคัญชอบปกป้องดูแลคนรอบข้างอยู่เสมอ แต่อีกมุมกลับเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย ชอบเก็บทุกสิ่งทุกอย่างมาคิด ฉะนั้นผ้าปูที่นอนสีขาวจึงเหมาะกับชาวราศีนี้มากที่สุด เพราะทำให้คุณรู้สึกสบายใจกับการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไร้อุปสรรค เสริมความเป็นสิริมงคลในชีวิต และช่วยส่องประกายความโดดเด่นในตัวคุณออกมา

8. ราศีสิงห์

ชาวราศีสิงห์เป็นคนมีเสน่ห์ มีความเป็นผู้นำสูง และบูชาความรักมากกว่าสิ่งอื่นใด ดังนั้นเวลาที่ผิดหวังหรือเสียใจ ก็จะทุกข์จนลืมนึกถึงคนรอบข้างไปเลย ฉะนั้นควรใช้ผ้าปูที่นอนสีส้ม เพราะจะทำให้ชาวราศีนี้มีบุคลิกที่ดูสดใสและร่าเริงมากยิ่งขึ้น เป็นคนที่มีความอบอุ่น เป็นกันเอง และเข้าถึงง่าย

9. ราศีกันย์

ชาวราศีกันย์รักความสงบและเป็นนักรักสันติภาพตัวยง จริงจังกับทุกอย่าง รักความสมบูรณ์แบบ จึงส่งผลให้ชาวราศีนี้เครียดง่ายจนเกินไป ควรเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีเขียว เพราะนอกจากจะเป็นสีที่ถูกโฉลกด้วยแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความกังวล และทำให้คุณเป็นคนที่มีเหตุผลมากยิ่งขึ้น ไม่ขุ่นข้องหมองใจกับคนใกล้ตัวง่าย ๆ อีกด้วย

10. ราศีตุลย์

คงไม่มีราศีไหนที่ยึดถือความยุติธรรมนำหน้าได้เท่าราศีตุลย์อีกแล้วล่ะ เพราะพวกเขาสามารถให้เหตุและผลได้เสมอ แถมยังเป็นชาวราศีที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล และชอบความสมบูรณ์แบบ แต่บางครั้งก็ยังสับสนในใจบ้าง ฉะนั้นผ้าปูที่นอนโทนสีพาสเทลอย่าง สีฟ้า สีม่วง และสีชมพู จะช่วยเสริมโชคลาภ การงาน การเงิน และความรักให้เจริญรุ่งเรือง

11. ราศีพิจิก

ชาวราศีพิจิกเป็นคนตรงไปตรงมา ชอบก็บอกว่าชอบ มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งใหม่ ไม่ค่อยเกรงกลัวต่ออุปสรรคที่ขวางกั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างมากก็อาจจะทำให้คนอื่น ๆ ไม่พอใจ หรืออิจฉาคุณได้ ดังนั้นชาวราศีพิจิกควรเลือกผ้าปูที่นอนสีแดงเข้มและสีม่วงมาใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจ มีจิตใจที่มั่นคงไม่อ่อนไหวง่าย

12. ราศีธนู

แม้อุปสรรคจะมากมายขนาดไหน แต่ชาวราศีธนูก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยว ชอบเข้าสังคม และรักการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยบุคลิกที่คล่องแคล่วอาจจะทำให้ชาวราศีนี้เผลอพูดจาทำร้ายคนรอบข้างไปบ้าง ให้เลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้าและสีเทา เพื่อเสริมโชคลาภ สร้างพลังในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายไปได้ด้วย