กสร. แจง นายจ้างย้ายที่ทำงาน ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและได้ค่าชดเชย

   กสร. แจง นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการกระทบการดำรงชีวิต ลูกจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและได้ค่าชดเชยพิเศษ ขณะที่ปี 61 วินิจฉัยให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยพิเศษกว่า 8 ล้านบาท

   นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้ความคุ้มครองลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของ ลูกจ้าง หรือครอบครัว

โดยให้สิทธิลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างกับนายจ้างได้และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษ ไม่น้อยกว่าค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับกรณีที่ถูกเลิกจ้าง ในกรณีที่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยพิเศษ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาวินิจฉัยในเรื่องสิทธิดังกล่าวได้

โดยในปีงบประมาณ 2561 คณะกรรมการฯ ได้รับคำร้องและวินิจฉัยให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยพิเศษไปแล้ว จำนวน 18 ราย รวมเป็นเงิน 8,070,960 บาท

อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการย้ายสถานประกอบกิจการขึ้นก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตามกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขและขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายไว้ เช่น การกำหนดระยะเวลาให้นายจ้างแจ้งแก่ลูกจ้างล่วงหน้าก่อนการย้ายสถานประกอบกิจการ กำหนดระยะเวลาบอกเลิกสัญญาของลูกจ้าง เป็นต้น

จึงขอให้นายจ้าง ลูกจ้างทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติตามกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1506

ประโยชน์ของไม้ดอกและไม้ประดับ

ไม้ดอกและไม้ประดับมีประโยชน์ดังนี้


1 สร้างความสดชื่นให้แก่ผู้อาศัยในบริเวณบ้าน หรือบริเวณที่พักอาศัย
2 ใช้ประดับตกแต่งอาคาร สถานที่ให้เกิดความสวยงาม
3 ใช้ในงานพิธีและโอกาสต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานไหว้ครู งานศพ เป็นต้น
4 ใช้เพิ่มสีสันให้แก่อาหารและเครื่องดื่ม ให้สวยน่ารับประทาน เช่น สีม่วงจากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย สีเหลืองจากฟักทอง เป็นต้น
5 ใช้เป็นยารักษาโรค เช่น ดอกบัวหลวง ใช้ใบอ่อนปรุงเป็นยา บำรุงร่างกายให้สดชื่น ใบแก่ใช้แก้ไข้ บำรุงโลหิต เป็นต้น
6 ใช้เป็นของขวัญ ของที่ระลึก เช่น กระเช้าดอกไม้ หรือแจกันดอกไม้ ช่อดอกไม้ เป็นต้น
7 สร้างอาชีพ เกี่ยวกับดอกไม้ ไม้ประดับ เช่น การจำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจจัดสวน เป็นต้น   ladytechtamer.com

พลังดอกไม้!! นอกจากจะสวยแล้ว ดอกไม้มีประโยชน์อื่นด้วย

ดอกไม้ ไม่เพียงแต่จะช่วยแต่งแต้มโลกใบนี้ให้สวยงามเท่านั้น ดอกไม้ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย ทั้งกลิ่นหอมยังช่วยบำบัดอารมณ์คลายเครียด คอลัมน์ “Your Health” นิตยสาร “Health Plus” ฉบับเดือนก.ค. รวบรวมมาให้อ่านเพลินๆ

ประโยชน์ของดอกไม้ ..


มะลิ
ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมเย็นโดยเฉพาะมะลิ เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณต้านอาการซึมเศร้า ทำให้จิตใจเบิกบาน นอกจากช่วยการทำงานของระบบประสาทแล้ว มะลิยังมีประโยชน์อย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมน้ำหอม เพราะมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ นิยมใช้ในผลิต ภัณฑ์ความงามที่เหมาะสมสำหรับคนผิวแห้ง

กุหลาบ
กลิ่นหอมจรุงใจของกุหลาบ นอกจากจะช่วยสร้างความสดชื่น ยังช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนผู้หญิง เพราะกลิ่นกุหลาบมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิง และยังเป็นส่วนผสมที่มีประโยชน์ ในการทำเครื่องสำอาง มักพบในครีมบำรุงผิวลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง ทำให้เส้นเลือดแข็งแรง

เจราเนียม
สีสันสดใสของเจราเนียมช่วยสร้างบรรยากาศให้สด ชื่น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นเจราเนียมมีสรรพคุณช่วยให้จิตใจสุขุมเยือกเย็น และเป็นส่วนสำคัญที่พบในสบู่ ครีม และน้ำหอม เจราเนียมเหมาะกับผิวทุกประเภท

ลาเวนเดอร์
บ้านที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ ช่วยให้จิตใจสุขุมเยือกเย็น น้ำมันลาเวนเดอร์จัดเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีสรรพคุณช่วยลดความเครียด และบรรเทาอาการปวดศีรษะ นิยมใช้เป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ความงาม ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ ใช้รักษาโรคผิวหนังอักเสบ และใช้เป็นยารักษาสิวได้

ดาวเรือง
ผลการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า การมองดูดอกไม้ในแจกันทำให้จิตใจสดชื่น ช่วยลดความเครียดลงได้ถึง 20% โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกดาวเรืองสีเหลืองสดใส น้ำมันหอมระเหยจากสารสกัดดอกดาวเรือง (คาเลนดูล่า) ช่วยแก้ปัญหาผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ แผลเป็น และผิวหนังแห้งแตก กลีบดอกดาวเรืองใช้ทำยาล้างตา กลิ่นหอมฉุนช่วยให้บ้านสดชื่น ต่อสู้กับพลังงานจากคอมพิวเตอร์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและมลพิษทางเสียง

ปิด ‘อ่าวมาหยา’ 4 เดือนฟื้นธรรมชาติ ห้ามเรือวิ่งเข้าออกหน้าอ่าวถาวร !!

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศ ‘ปิดอ่าวมาหยา’ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและใต้ทะเลช่วงฤดูมรสุม 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2561

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศปิดอ่าวมาหยาในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและใต้ทะเลช่วงฤดูมรสุม 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึงวันที่ 30 กันยายน ห้ามทำกิจกรรมการท่องเที่ยวบริเวณอ่าวมาหยาโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ยังคงอนุญาตให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวนำเรือเข้ามาลอยลำนอกบริเวณแนวทุ่นไข่ปลาที่กั้นแนวเขตห้ามเข้าไว้ เนื่องจากทรัพยากรแนวปะการังบริเวณอ่าวมาหยาเสียหายอย่างมากจากกิจกรรมการท่องเที่ยวของมนุษย์ เช่น กิจกรรมการดำน้ำตื้น การทิ้งสมอเรือ การเข้า-ออกของเรือสปีดโบ้ทและเรือหางยาวเพื่อรับส่งนักท่องเที่ยว โดยพบซากปะการังแตกหักบริเวณพื้นและแนวปะการังบริเวณใกล้ชายหาดที่มีเรือเข้าออกตลอดเวลาไม่มีปะการังที่มีชีวิตเหลืออยู่เลย

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยว่า ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นอ่าวทั้งด้านหน้าชายหาดอ่าวมาหยาและด้านหลังโล๊ะซามะ แต่ให้ชมอ่าวมาหยาได้จากบนเรือในทะเลโดยไม่อนุญาตให้นำเรือเข้าเทียบชายหาดหรือเล่นน้ำในอ่าวมาหยาโดยเด็ดขาด โดยจะเริ่มทำการก่อสร้างสะพานเทียบเรือและทางเดินบริเวณด้านข้างตรงอ่าวโล๊ะซามะ แล้วปิดไม่ให้เรือวิ่งเข้าออกบริเวณหน้าอ่าวมาหยาอย่างถาวร โดยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมอ่าวมาหยาผ่านทางอ่าวโล๊ะซามะเท่านั้น เพื่อกำหนดและควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันไม่ให้เกิน 2,000 คน ควบคู่กับฟื้นฟูแนวปะการังให้กลับคืนความสมบูรณ์มากที่สุด

ที่สำคัญต้องออกแบบสะพานและทางเดินให้เหมาะสมกลมกลืนกับสภาพพื้นที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด พร้อมจัดทำแปลงอนุบาลปะการัง“ทรัพยากรบนบก” จะแก้ปัญหาการพังทลายของเนินทรายหน้าชายหาด ด้วยการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายหาด ที่คัดเลือกชนิดพันธุ์ที่มีอยู่ในพื้นที่ เช่น รักทะเล เตยทะเล สวาด คันทรง เพื่อช่วยยึดหน้าดิน ป้องกันการพังทลายของเนินทรายหน้าชายหาด

ทั้งนี้ได้มีการติดตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมพืชบริเวณดังกล่าวต่อเนื่อง พร้อมจัดทำเส้นทางเดินยกระดับ (Boardwalk) ตั้งแต่แนวสังคมพืชชายหาดไปด้านในอ่าวและบริเวณห้องน้ำ เพื่อลดการเหยียบย่ำของนักท่องเที่ยว โดยต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมถึงรูปแบบและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติ

ทั้งนี้ ‘อ่าวมาหยา’ ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเลขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ มีความโดดเด่นสวยงามด้วยลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูนที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ จากการพังทลายของหน้าผาที่โอบล้อม ผสมผสานกับน้ำทะเลสีเขียวสดใสจนมองเห็นพื้นทราย และมีหาดทรายขาวสะอาดทรายละเอียด จนเป็นที่สะดุดตานำมาสู่ความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ส่งผลให้การท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวมาหยาเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเฉลี่ยมากกว่า 3,000 – 4,000 คนต่อวัน ภาพรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 ถึงพฤษภาคม 2561 รวม 8 เดือน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอ่าวมาหยาแล้ว 798,952 คน แบ่งเป็น ชาวไทย 2,084 คน และชาวต่างชาติ 36,923 คน

จากความนิยมของการบอกปากต่อปากส่งผลกระทบโดยตรงให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแนวปะการังเสื่อมโทรมขั้นรุนแรงจากการทิ้งสมอเรือและคลื่นยักษ์สึนามิบริเวณหน้าชายหาดอ่าวมาหยา  guttaupr.com

เหตุยิงหน้าโรงแรมดังหาดใหญ่ เจ็บ 2 คน ผกก.สั่งล่า จับตัวได้ทันควัน!

หนุ่มทะเลาะวิวาทแฟนเก่า หลังเคลียร์ใจไม่ลงตัวควักปืนยิงขึ้นฟ้ายิงกราดไปบริเวณรอบๆ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

วันที่ 20 พ.ค.61 เวลา 03.18 น. ร.ต.อ.เฉลิมพล รุ่งรัตน์ สวป.เวร ร.ต.ท.วิญญู สังข์แก้ว พร้อมกำลัง จนท.ตร.สายตรวจ ตรวจสอบเหตุพยายามฆ่า เหตุเกิดบนถนนจุตินุสรณ์ อ.หาดใหญ่ โดยผู้ก่อเหตุทราบเพียงชื่อเล่นนายไอซ์ ได้เกิดทะเลาะวิวาทกับ น.ส.กรวรรณ ซึ่งเป็นแฟนเก่า บนถนนจุตินุสรณ์ฯ ต่อมานายไอซ์ได้ใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 11 มม.ที่พกติดตัวมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด และได้ยิงกราดไปบริเวณรอบๆ ที่เกิดเหตุ 2-3 นัด

จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืนจำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายเจษฎา และ นายธัญวิชย์ ที่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่

ส่วน น.ส.กรวรรณ ได้รับบาดเจ็บจากการที่นายไอซ์ทำร้ายร่างกาย นำส่ง โรงพยาบาลหาดใหญ่ ต่อมานายไอซ์คนร้ายหลังเกิดเหตุ ได้หลบหนีไป จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ จึงได้สั่งการฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย และได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาได้พร้อมด้วยอาวุธปืนของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฮวงจุ้ยห้องนอนกับเรื่องโชคลาภ เงินทอง และ สุขภาพ

นอกจากทิศทางของห้องนอนและเตียงนอนที่ได้กล่าวมาข้างต้น ยังมีการจัดตำแหน่งเตียงที่ช่วยเสริมเรื่องโชคลาภ เงินทอง และ สุขภาพ ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนอีกด้วย โดยสามารถแบ่งฮวงจุ้ยห้องนอนเป็นข้อควรทำ และ ข้อควรหลีกเลี่ยง

 

 

ข้อควรทำ (ฮวงจุ้ยห้องนอนที่ดี) เฮงๆ รวยๆ
• ควรจัดหัวเตียงนอนให้เยื้องจากประตู ในเชิงฮวงจุ้ยจะทำให้ได้รับแต่พลังงานดี โชคลาภ ทำงานราบรื่น อุปสรรคน้อย ในเชิงจิตวิทยาการจัดเตียงนอนเช่นนี้ จะทำให้รู้สึกปลอดภัยเพราะเห็นว่าใครเข้าออกจากห้องนอนบ้าง

• หัวเตียงควรติดกำแพง หรือไม่ควรปล่อยให้หัวเตียงมีพื้นที่ว่างมากเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ฝันไม่ดีบ่อย ร่างกายอ่อนแอ นอกจากนี้ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้ว กำแพงยังเป็นตัวเสริมพลังงานที่ดีอีกด้วย

• ความสูงของเตียงนอน ในปัจจุบันเตียงนอนส่วนใหญ่มักสูงจากพื้นประมาณ 2 ฟุตกว่า ซึ่งถือว่าเป็นความสูงในระดับพอดี ตกลงมาไม่เป็นอันตราย ส่วนเตียงที่ติดกับพื้น มีโอกาสรับฝุ่นมาก และป่วยเป็นโรคง่าย ถือว่าไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอน

• ชนิดฟูก ให้คำนึงถึงความสบายเป็นหลักมากกว่าราคา เพราะถ้าเลือกฟูกที่หลับสบายแล้ว จะทำให้นอนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีพลังงานฮวงจุ้ยที่ดีเต็มเปี่ยม ส่งเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรง

 

 

ข้อควรหลีกเลี่ยง (ฮวงจุ้ยห้องนอนไม่ดี) ทรัพย์อาจจางหาย  

• เตียงนอน ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้วไม่ควรวางตรงกับประตูห้อง โดยเฉพาะการหันหัวเตียงหรือท้ายเตียงไปตรงกับประตู เนื่องจากประตูเปรียบเสมือนปากทางพลัง ทั้งพลังงานร้ายและพลังงานดีที่จะพุ่งเข้าชนขอบประตู ทำให้ป่วยบ่อย เหนื่อยง่าย หรือเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ่อยๆ

• คานบ้านไม่ควรตรงกับเตียงนอน เพราะตามหลักฮวงจุ้ยนั้นเชื่อว่าผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกเหมือนถูกกดทับ กดดัน ตลอดเวลาที่นอนหลับพักผ่อน

• ห้ามวางหัวเตียงตรงกับที่ประตูเปิด เพราะจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตประจำวัน มักมีอุปสรรคและป่วยง่าย

• ไม่ควรวางเตียงนอนไว้ที่โล่งๆ โดยเฉพาะเตียงที่มีพื้นที่โล่งทั้ง 4 ด้าน เพราะจะทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก

• ไม่ควรวางเตียงไว้ระหว่างหน้าต่างกับประตู เพราะตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้วการวางแบบนี้จะทำให้เราถูกดูดพลังงานไปในขณะนอนหลับพักผ่อน ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ สุขภาพอ่อนแอ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรแก้ไขด้วยการให้ติดม่านที่หน้าต่าง  aroundtheworldin80schools.com

“เคล็ดลับฮวงจุ้ย 11 ข้อ”

ข้าพเจ้าเจอบทความนี้ซึ่งเก็บมานานล่ะ แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์เลยมาขอเผยแพร่อีกที แต่ขอย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆในบ้าน อย่าทำกระทำเองโดยปราศจากการปรึกษาซินแสที่รู้จริง เพราะแต่ละบ้านแต่ละทิศ มีความเหมาะสมต่างกันนะครับ

1. บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยกระวังขโมยขึ้นบ้านบ่อย และถ้าถนนตัดกับทิศตะวันตกเฉียงใต้ คนในบ้านมักจะมั่วกาม
2. บ้านมีสองบันได ไม่ดี , บ้านรูปทรงตัว H ถือว่าบ้านเว้าแหว่ง จะเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง
3. บ้านเว้าแหว่ง รูปทรงกากบาท หมายถึงป่วย ความตาม ไม่ดี
4. บ้านที่มีรูปทรงแปลก ๆ ผิดปกติ เฉียงเอียงเว้าแหว่งล้วนไม่ดี, บ้านมีคนพักอาศัยมากจะทำให้คนในบ้านอบอุ่น
5. บ้านที่มีลานหน้าบ้านกว้าง เป็นฮวงจุ้ยที่ดี, บ้านถูกทางแทง ไม่ดี ต้องแก้ไข
6. บ้านเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่าถังขยะ ธุรกิจเจ๊ง เป็นมะเร็ง อัมพาต
7. บ้านแตกร้าว ในบ้านจะเกิดปากเสียง ไม่ดี, บ้านตรงข้ามโบสถ์ จะมีแต่ความเสื่อมเสีย มีเรื่องชู้สาว
8. บ้านรูปแปดเหลี่ยมดี บ้านที่มีเหลี่ยมตึก หน้าจั่วแทงด้านหน้า หลัง ซ้าย ขวา ไม่ดี
9. บ้านที่อยู่ใกล้เสาไฟแรงสูง อันตรายเวลาฝนตก, บ้านอยู่ตรงข้ามโรงไฟฟ้าไม่ดี ต้องแก้ไข
10. บ้านติดโรงพยาบาลไม่ดี การค้าสะดุด การเงินเป็นหนี้ สุขภาพไม่ดี
11. บ้านร้างที่อยู่ใกล้บ้านใหม่ จะทำให้บ้านใหม่ไม่ดีไปด้วย, หน้าบ้านมีกองขยะ หรือสิ่งรก ๆ ไม่ดี

“เคล็ดลับฮวงจุ้ย 5 ข้อ”

ข้าพเจ้าเจอบทความนี้ซึ่งเก็บมานานล่ะ แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์เลยมาขอเผยแพร่อีกที แต่ขอย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆในบ้าน อย่าทำกระทำเองโดยปราศจากการปรึกษาซินแสที่รู้จริง เพราะแต่ละบ้านแต่ละทิศ มีความเหมาะสมต่างกันนะครับ

1. บ้านถ้าอยู่ใกล้สุสานไม่ดี , บ้านที่มีสะพานพุ่งแทงเข้ามาให้แก้เคล็ดโดยปลูกต้นไม้ไผ่บังสายตา
2. บ้าน ที่มีบ่อน้ำที่มีมุมแหลมพุ่งตรงสู่หน้าบ้านไม่เป็นมงคล ควรแก้เคล็ดโดยปลูกต้นไม้บังบ่อตรงมุมแหลม จะพบความสุข , บ้านที่มีหลังคาเป็นรูปโค้งไม่ดี
3. บ้านที่มีบ่อน้ำอยู่หลังให้ระวังเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เช่น โรคท้อง
4. บ้านที่เพดานเฉียง ไม่ดี, บ้านมีคาน ไม่ดี, บ้านที่มีคานไม่เสมอกัน ไม่ดี, บ้านสร้างคล้ายรูปตัวยู ไม่ดี
5. บ้าน ที่มีถนนโค้งออก อยู่แล้วไม่เจริญ , บ้านที่มีถนนล้อมรอบทั้ง 4 ด้านไม่เป็นมงคล , บ้านที่มีทางโค้งออกอยู่ไปจะทำให้ยากจน, บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยกให้ตั้งประตูใหญ่ให้ถูกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน และอีกส่วนด้านให้ปลูกต้นไม้แทนภูเขาเพื่อแก้เคล็ด  guttaupr.com

“เคล็ดลับฮวงจุ้ย 20 ข้อ”

ข้าพเจ้าเจอบทความนี้ซึ่งเก็บมานานล่ะ แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์เลยมาขอเผยแพร่อีกที แต่ขอย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆในบ้าน อย่าทำกระทำเองโดยปราศจากการปรึกษาซินแสที่รู้จริง เพราะแต่ละบ้านแต่ละทิศ มีความเหมาะสมต่างกันนะครับ

 

1. บ้านอย่า แขวงเครื่องประดับมากเกินไป โดยเฉพาะนอแรด เขากระทิง หัวสัตว์ที่ดุร้ายไม่ควรแขวนเลย เพราะ วิญญาณมักจะตามมาทวงและรบกวนเจ้าของบ้าน
2. บ้านเล็กอย่าสร้างประตูใหญ่จะเกิดปากเสียงทำกินไม่ขึ้น
3. บ้านไม่ควรเจาะหลังคา นะไม่เป็นมงคล ถ้ากลัวว่าทึบก็ให้ใช้กระเบื้องใสแทน
4. บ้านหลังเดียว ควรมีประตูหลังบ้านถึงจะเป็นมงคล
5. บ้าน ผู้ดีมีเงินมักสร้างศาลาพักผ่อนยื่นออกมา ตามหลักฮวงจุ้ยห้ามสร้างบ้านยื่น ขาด เว้า แหว่ง จะมีอันเป็นไป ต้อง ปลุกต้นไม้รับตัวบ้านและศาลาที่สร้างต้องรวมกันให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม
6. บ้านที่มีกำแพงเก่าควรทาสีให้ใหม่เสมอ เวลากลางคืนควรติดไฟให้สว่างจะพบแต่ความเจริญ
7. บ้าน ที่มีที่ดินด้านหลังบ้านแคบหน้าบ้านกว้างไม่เป็นมงคลให้แก้เคล็ดโดย การติดกระจก บริเวณที่แคบทั้งสองด้าน เพื่อเวลามองแล้วจะรู้สึกกว้าง ลึก
8. บ้านที่มีหน้าบ้านแคบแต่หลังบ้านกว้างเป็นถุงเงินถุงทองดี บ้านที่ปลูกแล้วดูเป็นรูป W, L ไม่เป็นมงคล
9. บ้านที่มีกำแพงสูงมากเกินไป เช่นสูงเกิน 2 เมตร ไม่เป็นมงคล (เหมือนคุก)
10. บ้านที่สร้างแล้วมีความลึกมากกว่าความกว้างงอยู่แล้วจะเจริญรุ่งเรือง, บ้านที่สร้างตามความลึกเป็นมงคล
11. บ้านที่มีการปลูกหน้าบ้านยาวแต่แคบไม่เป็นมงคล , บ้านหรือที่ดินบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเป็นมงคลยิ่ง
12. บ้านสร้างบ้านอยู่บนเนินเขา ไม่ดี, บ้านสูงต่ำ เล่นระดับ ไม่ดี, บ้านมีห้องใต้ดินอยู่กลางบ้าน ไม่ดี
13. บ้านที่แหว่งบางส่วน คนในบ้านจะมีอันเป็นไป เช่น ถ้าแหว่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึงแม่หรือหญิงเจ้าของ บ้าน ถ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือคือ พ่อ หรือชายเจ้าของบ้าน
14. บ้านที่แหว่งทิศตะวันออก และตะวันตกผลกระทบ คือลูกชายคนโต และลูกสาวคนเล็ก ไม่เป็นมงคล ต้องแก้เคล็ด
15. บ้าน หรือพื้นที่เว้าแหว่ง ทิศเหนือและใต้จะเสียหายแก่ลูกสาวงคนกลาง (ทิศใต้) ลูกชายคนกลาง (ทิศเหนือ) จะมีเรื่องคดีความ, บ้านด้านหนึ่งมีปล่องควันปล่องควันแทนก้านธูปไหว้คนตายไม่ดี
16. บ้านที่ตะวันออกเฉียงเหนือแหว่งจะเกิดเสียหายแก่ลูกชายคนเล็กและระบบย่อยอาหาร
17. บ้าน หรือที่ดินที่เว้า แหส่ง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีผลกระทบกับพ่อ หรือชายเจ้าของบ้าน และผู้คนในครอบครัว บ้านที่เป็นรูปทรงหน้ากว้างหลังแคบจะเก็บเงินไม่อยู่ จะยากจน
18. บ้าน ที่แหว่งจะทำให้ครอบครัวไม่มีความเจริญรุ่งเรือง และถ้าแหว่งทางทิศตะวันออกจะมีผลกระทบเกี่ยวกับลูกชายคนโต บ้านที่มีหลังคาด้านซ้ายยาว ด้านขวาสั้น ภายในครอบครัวจะพบภัยพิบัติ
19. บ้านเวลาปลูกอย่าตั้งเสาข้างหนึ่งสูงข้าง ข้างหนึ่งเตี้ย จะแสดงถึงการทำกิน ธุรกิจง่อนแง่น
20. บ้านที่เก่าถ้าจะเข้าไปอยู่ใหม่ควรทาสีให้ใหม่ กลอนประตูควรจะเปลี่ยนใหม่ จะนำโชคลาภมาให้

“เคล็ดลับฮวงจุ้ย 10 ข้อ”

ข้าพเจ้าเจอบทความนี้ซึ่งเก็บมานานล่ะ แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์เลยมาขอเผยแพร่อีกที แต่ขอย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆในบ้าน อย่าทำกระทำเองโดยปราศจากการปรึกษาซินแสที่รู้จริง เพราะแต่ละบ้านแต่ละทิศ มีความเหมาะสมต่างกันนะครับ guttaupr.com

1. บ้านพักที่ใหญ่โตเกินไป แต่ในบ้านมีคนพักน้อย ไม่เป็นมงคลจะทำกินไม่ขึ้น ในครอบครัวจะดีมาก ทำให้อบอุ่น ทำกินร่ำรวย
2. บ้านที่มีหลังบ้านข้างบ้านมีตึกสูงกว่าดี แต่อย่าชิดเกินไป
3. บ้านสองบ้านที่เล็งกัน บ้านฝั่งที่ต่ำกว่านับว่าไม่เป็นมงคล, บ้านที่สร้างขวางทางยาว แต่กินที่แคบไม่ลึกไม่เป็นมงคล
4. บ้านใดที่ปลูกต้นไผ่ แล้วคนภายนอกมองไม่เห็นคนในบ้าน จะทำให้คนอยู่อาศัยจะพบความเจริญ
5. บ้าน ของลูก ๆ ไม่ควรสร้างในลานบ้านของพ่อแม่ ครอบครัวจะยากจนลง แต่ลูกคนโตไม่เป็นไร ให้หันประตู
6. บ้าน ตามรหัสราศีปีเกิด หรือตามทิศของโป้ยข่วย คือ ทิศตะวันออก
7. บ้านที่มีตึกสูงอยู่ใกล้ แสดงถึงมีผู้มาให้ความช่วยเหลือคุ้มครองและอย่านำต้นไม้ที่เป็นรากมาประดับโดยแขวน รากชี ฟ้าจะไม่เป็นมงคล
8. บ้านที่มีลานโล่งห้ามล้อมรั้วกลางลานโล่งจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคตา หัวใจ
9. บ้านที่อยู่รวมกัน ห้ามเอาหลังคาชนกันจะไม่เป็นมงคล บ้านชั้นเดียว ถ้าคับแคบให้ปลูกเพิ่มเติม ต้องแก้เคล็ด
10. บ้านควรปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่ควรปลูกส่วนเกิด ส่วนขาด จะเป็นอัปมงคล เสียหาย