ฮวงจุ้ยกับการเลือกโคมไฟติดบ้าน เสริมพลังความร่ำรวย

เรื่องของฮวงจุ้ย ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่แม้ว่าวันเวลาจะผ่านเข้าสู่ยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่เรื่องความเชื่อที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจเหล่านี้กลับยังเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคม เช่นเดียวกันกับการจัดฮวงจุ้ยบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในการออกแบบสร้างบ้านที่มีราคาแพง การนำเอาฮวงจุ้ยเข้ามาประยุกต์ใช้ ยิ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากการออกแบบบ้านให้เป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือการเลือกตำแหน่งจัดวางสำหรับห้องต่างๆ เพียงเท่านั้น แสงสว่างก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง การติดตั้งหลอดไฟและโคมไฟแบบต่างๆ ซึ่งในทางหลักฮวงจุ้ยแล้วสื่อถึงธาตุไฟ มีความหมายถึงการกระตุ้นพลังอันเป็นมงคล ดังนั้นใครที่สนใจศาสตร์นี้ ควรติดตั้งโคมไฟในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับพลังดีๆ เข้าสู่บ้าน เพิ่มความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง และยังเพิ่มความสวยงามให้บ้านกลายเป็นสวรรค์ของการพักผ่อนที่โอบล้อมไปด้วยความสุขอีกด้วย

การติดตั้งโคมไฟกับความสัมพันธ์ตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยว่าด้วยมาตรฐานในการติดตั้งโคมไฟ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟตั้งพื้น, โคมไฟตั้งโต๊ะ, โคมไฟติดผนัง หรือโคมไฟแขวนเพดาน ก็ควรถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยพื้นฐานแล้วจะมีจุดประสงค์เด่นๆ อยู่ที่เรื่องของทิศทั้ง 8 ซึ่งได้แก่ ทิศเหนือ, ทิศใต้, ทิศตะวันออก, ตะวันตก, ตะวันออกเฉียงเหนือ, ตะวันออกเฉียงใต้, ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ละทิศที่ติดตั้งหลอดไฟเพื่อให้แสงสว่าง จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเสริมด้านในของชีวิตมากเป็นพิเศษ

หลักการติดตั้งตำแหน่งหลอดไฟกระตุ้นพลังชีวิต

หลักการติดตั้งง่ายๆ คือการระบุตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่ต้องการให้เกิดความกระตุ้นโชคลาภเข้ามาในบ้าน เน้นเสริมหน้าที่การงานและการเงินของตัวเอง หากติดตั้งโคมไฟที่ทิศเหนือจะเป็นการเสริมอาชีพการงาน ทิศใต้จะเป็นการเสริมเรื่องชื่อเสียง ทิศตะวันออกจะเป็นการเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ทิศตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นการเสริมความร่ำรวย ทิศเหนือเสริมโชคด้านการศึกษาเรียนรู้ และทิศตะวันตกเฉียงเหนือเน้นเสริมเรื่องการถูกอุปถัมภ์และมิตรสหายที่ดี

ตำแหน่งของการติดตั้งหลอดไฟและโคมไฟให้ถูกตำแหน่ง

หากต้องการวางระบบโคมไฟภายในบ้านให้เหมาะสมมากที่สุด ถูกตำแหน่งมากที่สุดตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะเป็นทั้งการช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในบ้าน ได้บรรยากาศที่สวยงามด้วยสไตล์ของโคมไฟตกแต่งที่มีหลากหลายชนิดให้เลือก โดยเริ่มกันตั้งแต่ด้านนอกสุดของตัวบ้านคือประตูรั้ว หลักๆ ต้องประกอบด้วยไฟ 2 ดวง วางข้างประตู เป็นโคมไฟที่เปิดทิ้งไว้ในช่วงกลางคืนเพื่อช่วยดึงโชคลาภเข้ามา ถัดเข้ามาบริเวณประตูหน้าบ้านหรือทางเข้าบ้าน เน้นหลอดไฟที่มีความสว่าง อย่าปล่อยให้ทางเข้ามืด ติดโคมไฟเก๋ๆ อย่างน้อยสักดวง ซึ่งอาจจะเป็นโคมไฟตั้งพื้นหน้าบ้านที่มีสไตล์เข้ากับตัวบ้านสักหน่อยก็ดูน่าดึงดูดมากขึ้นแล้ว ส่วนของไฟห้องนอนให้เน้นเป็นไฟที่ไม่สว่างจ้า หลีกเลี่ยงการใช้หลอดไฟแบบเปลือย เลือกโคมไฟที่กรองแสง ติดตั้งเป็นโคมไฟติดผนัง และมีโคมไฟตั้งโต๊ะสักอันสำหรับใช้เป็นมุมอ่านหนังสือ ซึ่งจะช่วยให้ห้องนอนเป็นห้องที่ผ่อนคลาย ไม่มีแสงไฟรบกวนในช่วงที่ต้องการนอนหลับพักผ่อน

ต่อมาคือไฟของห้องน้ำ เน้นเป็นไฟที่มีความสว่างเป็นพิเศษ ให้เห็นรายละเอียดชัดเจน เช่นเดียวกันกับห้องครัว เพื่อป้องกันอันตราย และช่วยให้เกิดการไหลเวียนของธาตุหยินหยางอย่างสมดุล บ้านไหนที่มีห้องทำงาน การติดตั้งไฟควรเน้นเป็นไฟที่มีแสงสว่าง อาจจะเลือกเป็นแบบ Daylight เพื่อช่วยกระตุ้นพลังให้เกิดความรู้สึกมีชีวิตชีวา พร้อมสำหรับการทำงาน กระฉับกระเฉงได้เต็มที่ ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการใช้โคมไฟสลัวๆ เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกเกียจคร้านนั่นเอง

หลอดไฟกับแสงที่ควรใช้ให้เข้ากับหลักฮวงจุ้ย

สีของแสงไฟตามหลักฮวงจุ้ย หากไม่อยากเกิดความยุ่งยาก แนะนำเป็นแสงสีขาวจะดีที่สุด เนื่องจากแสงขาวคือแหล่งรวมแสงทุกเฉดสีเข้าไว้ด้วยกัน แต่หากต้องการหลอดไฟสีอื่นๆ ควรเลือกแสงให้ตรงกับทิศทางที่ติดตั้ง กรณีเป็นทิศตะวันออกจะสัมพันธ์กับแสงไฟสีเขียว, ทิศตะวันตกสัมพันธ์กับแสงสีขาว, ทิศใต้สัมพันธ์กับแสงสีแดง และทิศเหนือสัมพันธ์กับแสงไฟสีฟ้า แต่หากไม่แน่ใจว่าต้องการเน้นทิศไหนเป็นพิเศษ ก็อย่าลืมเลือกใช้แสงสีขาวเป็นหลักไปก่อนในทุกทิศก็ได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าแสงสว่างจากโคมไฟรอบๆ บ้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านนอกหรือด้านในล้วนมีความสำคัญ ซึ่งหลักฮวงจุ้ยไม่ใช่เป็นความเชื่อเพื่อให้เกิดความสบายใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์ไปถึงความลงตัวในการใช้งานที่มีเหตุและผล ช่วยให้แสงไฟในบ้านถูกใช้งานได้อย่างมีประโยชน์ แถมเติมเสน่ห์ให้บ้านดูสวยงาม สร้างบรรยากาศที่ดีในการพักอาศัยอีกด้วย

aroundtheworldin80schools

8 คริสตัลที่ได้รับความนิยมตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่า เครื่องประดับจำพวกคริสตัลนั้น ช่วยเสริมพลังให้เราได้ ทั้งคริสตัล และหิน มีพลังอย่างน่าประหลาดบางชนิดก็เสริมในเรื่องอำนาจ ความเข้มแข็ง บางชนิดก็ช่วยขจัดพลังด้านลบ และยังคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย จึงมีการนำเอาคริสตัลนั้นมาใช้กันในหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการปกป้องตนเองจากสิ่งไม่ดี การเสริมพลัง หรือแม้กระทั่งความรัก

คริสตัลและหินเหล่านี้ นอกจากจะใช้เป็นเครื่องประดับแล้ว หลาย ๆ คนยังนิยมนำมาตกแต่งสถานที่ และ 8 ชนิดต่อไปนี้ เป็นคริสตัลและหิน ที่ได้รับความนิยมมากตามหลักฮวงจุ้ย

1.ควอตซ์ใส เป็นคริสตัลที่นำมาใช้กันหลากหลาย ด้วยความใสของคริสตัลชนิดนี้ จะช่วยเสริมพลังในด้านความเข้มแข็ง และป้องกันสิ่งไม่ดี รวมทั้งยังให้ผลในเรื่องของการเสริมเสน่ห์และปลดปล่อยความรู้สึกหวาดกลัว ควอตซ์ใสนี้ ยังนำมาซึ่งความสุข ช่วยเสริมมุมมองโลกในแง่บวก นักออกแบบบ้านที่มีความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย จะนิยมตกแต่งบ้านด้วยควอตซ์ใส เพราะให้ความสวยงาม และตกแต่งได้หลายสไตล์ สามารถใช้ตกแต่งได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เพราะจะช่วยปรับพลังและนำมาซึ่งความสดชื่น แต่ทั้งนี้ มีจุดที่ควรต้องระวังเพียงจุดเดียวก็คือ การวางใกล้ที่นอน เพราะจะได้รับพลังมากจนเกินไป

2.โรส ควอตซ์ หรือควอตซ์สีดอกกุหลาบ ให้พลังแห่งความบริสุทธิ์ อ่อนโยน ความรักที่หวานชื่น และการเยียวยา เชื่อกันว่า โรส ควอตซ์นี้ช่วยให้พ้นจากความเจ็บปวด ความผิดหวัง และพลังด้านลบ เป็นการให้พลังใจ และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรัก โรส ควอตซ์นี้จะมีพลังที่เชื่อมกับหัวใจ ให้ผลดีในเรื่องรัก สามารถนำมาตกแต่งในห้องนอนได้ ทั้งห้องนอนผู้ใหญ่ และห้องนอนเด็ก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รัก และคู่แต่งงาน

444

3.อเมทิสต์ หินชนิดนี้มีหลายสี แต่สีที่ถือว่าดีที่สุดคือสีม่วงเข้ม เป็นหินที่สามารถดึงพลังความบริสุทธิ์ และจิตวิญญาณของเราได้ เสมือนว่าช่วยให้เรามีสมาธิ สีของอเมทิสต์นั้น มีตั้งแต่ม่วงลาเวนเดอร์อ่อน ๆ ไปจนถึงม่วงเข้ม แต่ละสีก็ให้พลังที่แตกต่างกัน แต่ยิ่งเข้มมาก ก็ยิ่งให้พลังมาก ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าหินชนิดนี้ ช่วยดูดพลังด้านลบและเปลี่ยนให้เป็นความสงบสุข สามารถจัดวางไว้ได้ในทุกพื้นที่ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หากคุณโชคดี ได้อเมทิสต์ที่มีสีเข้มมาก ๆ ก็ควรเก็บรักษาให้ดี อย่าให้ถูกแสงแดดมากนัก

4.หยก ถือว่าเป็นเครื่องประดับที่คลาสสิกที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย อีกทั้งยังมีประวัติการใช้งานกันมาอย่างยาวนานในจีน ใช้ในการเยียวยาสิ่งต่าง ๆ ได้หลากหลาย หยกนั้น ให้พลังที่งดงาม ละเอียดอ่อน เหมือนเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งที่รับคุณได้ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นยังเสริมเรื่องการคิดบวก ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น หยกยังให้ความกลมกลืน รักษาสมดุลของพลัง ทั้งเรื่องความรัก ความสุข การยอมรับ หลักฮวงจุ้ยบอกอีกว่า หยกสีเขียวเข้ม เหมาะสำหรับการเสริมเรื่องสุขภาพและครอบครัว รวมทั้งเรื่องของการเงิน และหยกนั้นก็มีหลายสี สามารถเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ เช่นหยกสีฟ้า เสริมการงานอาชีพ สีน้ำตาลช่วยเรื่องความหวัง เป็นต้น

5.ไทเกอร์อาย เป็นหินที่มีพลังในเรื่องการปกป้อง รวมไปถึงความระแวดระวัง ความเข้มแข็ง ความรวดเร็ว และความมีประสิทธิภาพ ไทเกอร์อายสามารถขจัดพลังด้านลบได้อย่างรวดเร็ว หลักฮวงจุ้ยบอกว่า ไทเกอร์อาย ได้พลังจากพื้นดิน จึงให้ทั้งความแข็งแกร่ง และความอุดมสมบูรณ์ สามารถจัดวางได้ทั้งในจุดที่ต้องการแสดงความรัก สำหรับคู่รัก คู่สมรส รวมทั้งในห้องเด็ก ห้องทำงานด้วย

6.ไพไรต์ เป็นแร่ที่ได้รับความนิยมมากตามหลักฮวงจุ้ยเพราะเกี่ยวข้องกับเงินทอง บางคนอาจจะเห็นว่า แร่ชนิดนี้ไม่สวย แต่ก็นำมาตกแต่งเพราะต้องการพลังของมันทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน แต่หลักฮวงจุ้ย นิยมใช้ในที่ทำงานมากกว่า เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งมีและเงินทอง นอกจากใช้ตกแต่งบ้านและที่ทำงานแล้ว บางคนยังนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งจะเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่มีธาตุน้ำ หรือธาตุโลหะ ตามวันเดือนปีเกิด

3333

7.คาร์เนเลียน เป็นหินที่เสริมในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ความอบอุ่น ความฉลาด ความสุข และการคิดบวก หินชนิดนี้ จะมีสีสันสวยงามหลากหลายให้เลือกตั้งแต่เหลืองอ่อน ๆ ไปจนถึงสีส้ม เหมาะสำหรับการนำมาใช้สวมใส่เป็นเครื่องประดับด้วย คาร์เนเลียนนั้น นับเป็นการผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวของไฟ และดิน ให้พลังทางกาย อีกทั้งยังสามารถใช้เสริมในเรื่องความรักและการแต่งงานได้ด้วย

8.แอมโมไนต์ แม้จะไม่ใช่ทั้งคริสตัลและหิน แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มยอดนิยมตามหลักฮวงจุ้ยเช่นกัน แอมโมไนต์นั้นมีมานานนับ 100 ล้านปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นฟอสซิลอย่างหนึ่ง ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของพลัง เสริมในจุดที่มีพลังอ่อน สีก็มีความหลากหลายให้เลือก จนสามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ หากมีแอมโมไนต์ขนาดใหญ่ ในบ้านหรือที่ทำงาน ก็จะส่งผลดีในเรื่องงาน แต่แน่นอนว่า ขนาดยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งมีราคาสูง

aroundtheworldin80schools

6 ฮวงจุ้ยบ้าน คลายสงสัยเป็นเพราะอะไรทำงานหนัก แต่เก็บเงินไม่อยู่

ถ้าใครกำลังเจอปัญหาทำงานอย่างหนัก รับจ๊อบ ขายของออนไลน์ สร้างรายได้หลายทาง แต่ทำไมเงินยังมีแต่ไหลออก ไม่เคยเก็บเงินได้สักที ทั้งๆ ที่ประหยัดและอดออมจนทำให้ชีวิตแทบไม่มีความสุข ลองมาเช็กเรื่องฮวงจุ้ยที่พักอาศัย หรือฮวงจุ้ยบ้านของเราดูบ้างไหมว่า บ้านมีจุดที่ทำให้เงินไหลออกบ้างไหม

1.หาตำแหน่งถังเงินถังทองในบ้านให้เจอ ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่าตำแหน่งรับทรัพย์ของบ้านนั้นอยู่ตำแหน่งไหน วิธีการง่ายๆ คือให้ยืนหันหน้าเข้าบ้าน โดยยืนอยู่บริเวณประตูบ้านตำแหน่งท้ายของบ้านฝั่งซ้ายมือคือตำแหน่งถังเงินถังทอง และวิธีการเหล่านี้ยังสามารถใช้หาตำแหน่งรับทรัพย์กับห้องอื่นๆ ได้ด้วย

2.อย่าปล่อยให้ตำแหน่งถังเงินถังทองสกปรก เรื่องความสะอาด ไม่ใช่เพียงหลักฮวงจุ้ยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ เพราะการทำให้พื้นที่ใดๆ ในบ้านโล่ง สะอาด ไม่สกปรกย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในตำแหน่งรับทรัพย์นั้นก็ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้มีของวางกองเต็มห้องไปหมด

77

3.เอาของชำรุดทิ้งออกจากบ้าน ของหัก ของพัง ของชำรุด หมดสภาพการใช้งานอย่าเก็บไว้ เพราะของที่ใช้งานไม่ได้ทำให้เกิดพลังแย่ๆ ในบ้าน

4.เงินคือของสูง บางคนอาจมีกระปุกออมสินไว้ในบ้าน แต่กลับวางในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นเพราะต้องการซ่อนให้ลึกลับที่สุด แต่ตำแหน่งที่เราอยากแนะนำคือตำแหน่งที่สูง อย่าเอาเงินไว้ในลิ้นชักที่อาจจะถูกทับด้วยข้าวของที่ไม่เหมาะสม

666

5.เรียกทรัพย์ด้วยสีเขียว และสีม่วง ตามหลักฮวงจุ้ยสีเขียวคือสีเรียกทรัพย์ ส่วนสีม่วงคือสีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ทางที่ดีคือการนำสีเขียวกับสีม่วงวางไว้ในตำแหน่งรับทรัพย์เช่นดอกไม้สีม่วงประดับใบไม้สีเขียว หรือบางบ้านอาจวางผลไม้ที่มีสีทั้งสองสีไว้รวมกัน

6.วางสมุดบัญชีไว้ที่ตำแหน่งรับทรัพย์ในบ้าน สมุดบัญชีก็ถือเป็นของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอง ดังนั้นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับสมุดบัญชีมากที่สุดคือตำแหน่งรับทรัพย์ นอกจากนั้นยังแนะนำให้เก็บสมุดบัญชีไว้อย่างเรียบร้อย ใส่ซองพลาสติกหรือเก็บแยกจากเอกสารอื่นๆ อย่างชัดเจน

ได้วิธีเช็กฮวงจุ้ยบ้านเกี่ยวกับเรื่องเงินทองกันไปแล้ว ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ ได้ผลอย่างไรแล้วเอามาแชร์และเล่าให้ฟังกันบ้างก็ได้นะคะ

guttaupr

ยังไม่สายเกินไป ถ้าจะเสริมดวงรับปีจอด้วยการแต่งบ้าน

333

ตรุษจีนที่ผ่านไปหลายบ้านมีการจัดของไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล ทำความสะอาด หรือจัดบ้านใหม่ตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยประจำปี แต่ใช่ว่าเราจะจัดบ้านเสริมฮวงจุ้ยเฉพาะในช่วงตรุษจีนเท่านั้น เพราะการจัดบ้านเพื่อเสริมดวงเราสามารถทำได้ตลอดทั้งปีด้วยเทคนิคเหล่านี้

ทำบ้านให้โล่ง เพื่อต้อนรับพลังงานดีๆ เพราะพลังงานคือสิ่งสำคัญที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย สามารถเรียกเงินทอง และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่เรื่องดีๆ ดังนั้นควรจัดข้าวของต่างๆ ในบ้านให้เป็นระเบียบ พร้อมทำความสะอาดบ้านไม่ให้รกรุงรัง

333

บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะอัญเชิญสิ่งที่เคารพนับถือเข้ามาบูชาภายในบ้าน ควรหาทิศทางและตำแหน่งการวางที่เหมาะสม ไม่ควรวางใกล้ห้องน้ำ ห้องซักรีด และโรงจอดรถ แนะนำให้นำอัญมณีต่างๆ มาประดับตกแต่งแท่นบูชาเพื่อเสริมสิริมงคล

ใช้สีที่สื่อถึงความร่ำรวยภายในบ้าน สีแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคงจะเป็นสีทอง แต่ในความเป็นจริงไม่ต้องถึงกับทาสีผนังบ้านเป็นสีทองก็ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบสีทองอาจเลือกใช้ของตกแต่งบ้านที่มีสีทอง หรือใช้กระเบื้องบุผนังหรือกระเบื้องปูพื้นที่มีดีไซน์ดูหรูหราแทน

เน้นตกแต่งด้วยลวดลายธรรมชาติ ควรหาของประดับตกแต่งที่มีลวดลายธรรมชาติ จะช่วยดึงดูดทรัพย์และโชคลาภได้ เช่น ขอบโต๊ะที่มีลวดลายโค้งมนคล้ายคลื่นน้ำ ของตกแต่งทรงสูงเป็นตัวแทนธาตุไม้ หรือหากใครอยากตกแต่งมุมบ้านเป็นสวนเล็กๆ ก็สามารถใช้กระเบื้องดิจิตอลลายหินหรือลายหญ้ามาปูพื้น แล้วตกแต่งด้วยไม้มงคลต่างๆ จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งมาสู่คนในบ้านได้เช่นกัน

ใครที่กำลังวางแผนจัดบ้านใหม่และอยากเสริมดวงรับปีจอไปด้วย อย่าลืมนำเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในการตกแต่ง

สำรวจให้ดีก่อนซื้อบ้าน ระวังเจอ 6 “ฮวงจุ้ย” พลังลบ

333

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือที่พักอาศัยใหม่ เรื่อง “ฮวงจุ้ย” เป็นเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะคุณอาจชอบบ้านหลังดังกล่าวมาก แต่กลับไม่รู้ว่ามี “ฮวงจุ้ย” พลังลบซ่อนอยู่ มาสำรวจกันดีกว่าว่ามีจุดไหนของบ้านบ้างที่อาจเป็นฮวงจุ้ยพลังลบ

1.ประตูด้านหน้าตรงกับประตูด้านหลัง นี่เป็นหนึ่งในฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเพราะถ้าประตูหน้ากับประตูหลังบ้านตรงกันพอดี พลังดีที่ไหลเข้ามาภายในบ้านจะพุ่งตรงออกไปทางประตูหลังทันที ไม่เกิดการกักเก็บหรือหมุนเวียนพลังอยู่ภายใน

2.บันไดบ้านหันหน้าตรงกับประตูหลัก หากเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วเจอบันได ตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร เนื่องจากเมื่อพลังไหลเข้ามาภายในตัวบ้านแล้วจะวิ่งผ่านขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีการกักเก็บพลังชี่ซึ่งเป็นพลังที่ดีไว้ภายในบ้าน

3.ห้องน้ำตรงกับประตูหน้า ถ้าเป็นเช่นนี้พลังงานดีที่จะไหลออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

4.บันไดอยู่กลางบ้าน ถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี

5.ห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ศูนย์กลางของบ้านถือเป็นหัวใจสำคัญของพลังหยินหยาง แต่ไม่ควรเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ

6.ห้องนอนอยู่เหนือโรงจอดรถ ห้องนอนไม่ควรตั้งอยู่เหนือโรงจอดรถ เนื่องจากโรงจอดรถมีพลังเคลื่อนไหวเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักแล้วอาจส่งผลให้เรานอนไม่หลับเพราะไม่มีความสงบ

ตำแหน่งห้าม! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

การจัดห้องพระในพื้นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดนั้นนอกจากการจัดตำแหน่งพระบนหิ้งแล้วนั้น สิ่งที่เราควรคำนึงถึงก็คือตำแหน่งของห้องพระ เพราะห้องพระถือเป็นตำแหน่งที่มีข้อต้องห้ามหลายตำแหน่ง ทั้งด้วยเหตุผลทางความเป็นจริงเอง และทั้งด้วยเหมาะสมตามหลักวัฒนธรรมประเพณีไทยก็ตาม ฉะนั้นเราควรคำนึงถึงตำแหน่งในการจัดห้องพระเพื่อให้เหมาะสมและเพื่อให้เป็น ห้องที่เรียกว่า “มุมสงบ” อย่างแท้จริง

ตำแหน่งห้าม!! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

หากห้องพระติดกับห้องนอน สิ่งที่ตรงพึงระวังอีกหนึ่งอย่างคือการวางเตียงนอน ในกรณีที่ห้องพระติดกับห้องนอนนะคะ คุณจะต้องพิจารณาเรื่องการวางเตียงนอนเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง โดยห้ามวางเตียงนอนในลักษณะหันปลายเท้าไปที่ห้องพระเพราะถือว่าเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตำแหน่งเตียงนอนควรวางในลักษณะที่ขวางกับห้องพระ ห้ามวางเอาปลายเตียงหันไปที่ห้องพระ เพราะคนนอนจะหันเท้าไปที่ห้องพระไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งกับผู้ที่อยู่อาศัย ต้องพิจารณาว่าถ้าตำแหน่งขององค์พระไม่ติดกับหัวเตียงก็สามารถวางได้ แต่หากติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลจากธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวได้ง่ายและนอนไม่ค่อยหลับ

ฮวยจุ้ยภายใน

ฮวยจุ้ย

 

ฮวงจุ้ย ที่ดีอยู่ดีมีสุข ร่ำรวยๆ

[metaslider id=77]

            ลานหน้าบ้านทำหน้าที่ในการรวบรวม พลังมงคล เรียกกันว่า พลังชี่ (พลังงานจักรวาล) หรือปราณมงคล ที่มักจะกระจายตัวอยู่ทุกหนแห่งจากสภาพแวดล้อม ให้มาพักรวมตัวกันที่บริเวณลานหน้าบ้าน ก่อนที่พลังมงคลเหล่านั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อาคารบ้านเรือนเพื่ออำนวยผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรื่องให้กับผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านนั้นเอง

            พื้นที่บริเวณลานหน้าบ้านนั้น เรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อบ้านในวิชาฮวงจุ้ย บางตำราถึงขนาดเรียกขานพื้นที่บริเวณนี้ว่าเป็น ลานรับโชค เพราะตามหลักวิชาฮวงจุ้ยถือว่า ลานหน้าบ้านเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านกับโลกภายนอก หรือความเป็นส่วนตัวของมนุษย์กับสภาพแวดล้อม

ฮวยจุ้ย

1. ดูประตูทางเข้าบ้าน : ประตูทางเข้าบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน หรือไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และไม่ควรจะหันชนประตูตู้ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป ไม่ชนกับบันไดอย่างต่ำต้องห่างจากผนังหรือบันไดประมาณ 2-3 ฟุต และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะการเปิดออกเป็นการผลักพลังงานออกจากบ้าน

ฮวยจุ้ย

2. ดูประตูหน้าต่าง : ทั้งรูปร่าง และสถานที่ติดตั้งประตู หน้าต่างเป็นสิ่งที่สำคัญ พลังงานจะต้องมีการไหลเวียนเข้าทางประตู หน้าต่างในทุกจุดทุกบานหน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์กัน และเป็นช่องทางของแสงและพลังงานที่จะเข้ามาในบ้าน โดยหลัก ๆ แล้ว จุดที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ประตูบานอื่น ๆ ในบ้านตรงกับประตูทางเข้าบ้าน หรือหน้าต่างบานสูงใหญ่ ประตูแต่ละบานไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป และเมื่อเปิดบานประตูจะต้องไม่ชนกัน ประตูและหน้าต่างแต่ละบานจะต้องมีพื้นที่รอบ ๆ ของตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การมีหน้าต่างหลังบ้าน ยิ่งหลังบ้านมีหน้าต่างหลายบานพลังงานก็จะยิ่งอ่อนลง

ฮวยจุ้ย
3. ดูตำแหน่งและการออกแบบห้องนอน : ห้องนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย แต่บ้านจำนวนมากมีห้องนอนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น มีห้องนอนหลักอยู่บนโรงรถ หรือบนครัว รวมทั้งอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ห้องนอนนั้นต้องการพลังงานที่สงบ และสมบูรณ์เพื่อสนับสนุนการนอนพักผ่อน และเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ จุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องนอนต้องอยู่ด้านบนของพื้นที่ที่สงบหรือที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม เช่นอยู่เหนือบริเวณที่อ่านหนังสือ เหนือห้องรับประทานอาหารเย็น หรืออาหารเช้า หรืออาจจะเป็นบริเวณหลังบ้าน หลังจุดกึ่งกลางของบ้านเพื่อไม่ให้มีพลังของการจราจร ซึ่งเป็นความสับสนวุ่นวายเข้ามา และจุดที่ไม่ดีที่สุดก็คือ เหนือโรงรถ ครัว และออฟฟิศ การวางผังห้องนอนก็มีความสำคัญคือ ไม่ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ ตรงกับประตูห้องนอน และเตียงนอนไม่ควรอยู่ใต้หน้าต่าง แต่ควรมีหัวเตียงพิงกับผนัง

ฮวยจุ้ย

4. ตำแหน่งของห้องครัว : ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมาก 3 ห้องหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องครัวที่ดี จะนำมาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตำแหน่งห้องครัวที่ไม่ดีคืออยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน โดยเห็นเป็นห้องแรกเมื่อเข้ามาในบ้าน ไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำ ไม่ควรหันชนกับห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้บันได แต่จุดที่พอใช้ได้จะคือ อยู่ใกล้ห้องซักล้าง หรือโรงรถ ส่วนจุดที่ตั้งของเตาไฟนั้น ก็ให้ยึดหลักว่า เมื่อเวลาทำอาหาร เราไม่ควรหันหลังให้ประตู

ฮวยจุ้ย

5. ตำแหน่งของบันได : บันไดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน และตำแหน่งบันไดที่จัดว่าไม่ดี มี 3 ตำแหน่งคือ อยู่บริเวณกลางบ้าน หรือกลางสำนักงาน เพราะพลังงานบริเวณกึ่งกลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของบ้าน การมีบันไดจะทำให้มีพลังงานขึ้นลงมาขัดขวาง อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรตั้งบันไดก็คืออยู่ถัดจากประตูเข้าบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังชี่ ทำให้เกิดความเร่งรีบ การทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่มีความมั่นคง และอีกตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นจุดของสุขภาพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรัก และทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเงินทอง

ฮวยจุ้ย

6. ห้องน้ำ ห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า : เริ่มจากห้องน้ำ จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ บริเวณใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หันชนกับห้องครัว จุดที่เป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก และความสัมพันธ์ ส่วนห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า รวมทั้งตู้เก็บของนั้น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณต่อไปนี้ ห้องซักล้างไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอน หรือประตูทางเข้าบ้าน และไม่ควรมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับห้องนอน

ฮวยจุ้ย

7. ห้องสำหรับการรวมตัวของสมาชิกครอบครัว : ห้องดังกล่าวนี้ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต จุดที่ถือว่าเหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นจุดแรกคือบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรักและการแต่งงาน ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของเด็ก ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองทิศจึงนับว่าเป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับห้องที่เป็นที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้าน

ฮวยจุ้ย

 

 

 

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น

1) ตำแหน่งของห้องนั่งเล่น (ที่สำคัญสุด)
1.1 ควรตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของบ้าน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ใช้สอย
1.2 ควรจัดให้อยู่ในบริเวณที่เห็นได้เด่นชัด เนื่องจากจะบ่งบอกว่าท่านยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ
1.3 ไม่ควรอยู่ชิดประตูทางเข้าหลักของบ้านมากเกินไป ควรมีโถงเล็กๆ จากประตูหน้าบ้านมาก่อนถึงห้องนั่งเล่น เนื่องจากเราต้องการพื้นที่สะสม ”กระแสอากาศ” หรือ ”ฮวง” ที่ผ่านมาจากประตูหน้าบ้านที่มากพอ
1.4 ควรที่จะตั้งอยู่ก่อนหน้าห้องนอน ไม่ควรตั้งอยู่หลังห้องนอน
1.5 ควรที่จะเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเท ความสว่างสดใส แต่ระวังมุมที่แดดแรงเกินไป
1.6 ไม่ควรอยู่ในมุมหรือบริเวณบ้านที่มีสภาพมืดและอับ จนเกินไป
1.7 ทางเข้าของห้องนั่งเล่นไม่ควรจะมีประตู ควรหลีกเลี่ยงการนำฉากมาตั้งไว้ตรงประตูทางเข้า
1.8 ไม่ควรเห็นห้องครัว และห้องน้ำอย่างชัดเจน หรือไม่ควรเห็นทางเดิน โดยเฉพาะทางบันได

ห้องนั่งเล่น

2) ไม่ควรมีคานหรือฝ้าหลุม (ฝ้าเป็นชั้นๆ)
เมื่อกระแสอากาศไหลเวียนที่ปะทะกับคานจะโดนคานบังคับให้กระแสกดต่ำลงมาใต้คาน ทำให้บริเวณใต้คานนั้นมีกระแสกดทับลงมา เป็นสาเหตุให้คนที่นั่งหรือนอนใต้คานนั้นเจ็บป่วยหรือหงุดหงิดได้ง่าย