ตำแหน่งห้าม! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

การจัดห้องพระในพื้นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดนั้นนอกจากการจัดตำแหน่งพระบนหิ้งแล้วนั้น สิ่งที่เราควรคำนึงถึงก็คือตำแหน่งของห้องพระ เพราะห้องพระถือเป็นตำแหน่งที่มีข้อต้องห้ามหลายตำแหน่ง ทั้งด้วยเหตุผลทางความเป็นจริงเอง และทั้งด้วยเหมาะสมตามหลักวัฒนธรรมประเพณีไทยก็ตาม ฉะนั้นเราควรคำนึงถึงตำแหน่งในการจัดห้องพระเพื่อให้เหมาะสมและเพื่อให้เป็น ห้องที่เรียกว่า “มุมสงบ” อย่างแท้จริง

ตำแหน่งห้าม!! สำหรับการจัดห้องพระในบ้าน

หากห้องพระติดกับห้องนอน สิ่งที่ตรงพึงระวังอีกหนึ่งอย่างคือการวางเตียงนอน ในกรณีที่ห้องพระติดกับห้องนอนนะคะ คุณจะต้องพิจารณาเรื่องการวางเตียงนอนเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง โดยห้ามวางเตียงนอนในลักษณะหันปลายเท้าไปที่ห้องพระเพราะถือว่าเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตำแหน่งเตียงนอนควรวางในลักษณะที่ขวางกับห้องพระ ห้ามวางเอาปลายเตียงหันไปที่ห้องพระ เพราะคนนอนจะหันเท้าไปที่ห้องพระไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งกับผู้ที่อยู่อาศัย ต้องพิจารณาว่าถ้าตำแหน่งขององค์พระไม่ติดกับหัวเตียงก็สามารถวางได้ แต่หากติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลจากธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวได้ง่ายและนอนไม่ค่อยหลับ

เสริมดวงฮวงจุ้ยภายในห้องนอน

การวางเตียงนอนตามหลัก

           เตียงห้องนอนเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่คนส่วนใหญ่ใช้มากที่สุดของช่วงชีวิตเรา ดังนั้นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญในห้องนอนที่ส่งผลต่อสุขภาพและดวงในเรื่องต่าง ๆ ของเจ้าของบ้านมาก เราจึงควรจัดห้องนอนและตำแหน่งตั้งที่เตียงเหมาะสมภายในห้องนอน

           หากตั้งในตำเหน่งไม่ดี อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เนื่องจากร่างกายของมนุษย์มีสนามพลังที่เกิดจากการไหลเวียนภายใน เมื่อนอนหลับ สนามพลังดังกล่าวก็จะหมุนเวียนสอดคล้องกับสนามแม่เหล็กของโลก

ห้องนอน

ที่ตั้งของเตียง ให้หัวเตียงของคุณให้พิงผนังห้อง

           เตียงควรมี ”หลังอิง”กฎหลังอิงข้อนี้ยังประยุกต์ใช้กับการตั้งวางสิ่งอื่นๆอีกด้วย แต่ที่สำคัญคือเตียง สิ่งค้ำจุนที่แน่นหนาเบื้องหลังศรีษะทำให้คุณรู้สึกสบายใจหรือมั่นคง ในขณะที่คุณนอนหลับจิตใต้สำนึกจะผ่อนคลายและลดความระมัดระวัง มันจึงทำให้คุณนอนหลับดีขึ้น

ไม่ควรตั้งหัวเตียงของคุณติดกับหน้าต่าง

           การตั้งเตียงเช่นนี้ไม่ให้หลังอิงที่มั่นคงพอ ทั้งไม่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอีกด้วย และจะรู้สึกมั่นคงน้อยลงถ้าเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นในจิตใต้สำนึก จึงทำให้คุณนอนไม่ค่อยหลับหรือนอนกระสับกระส่าย
ไม่ควรตั้งหัวเตียงนอนของคุณเข้าหามุมห้อง

           การตั้งเตียงทะแยงกับห้องโดยหัวเตียงอยู่มุมแหลมของห้องเช่นนี้ไม่ให้หลังอิง มันยังทำให้คุณสูญเสียพลังงานอีกด้วย เนื่องจากพลังงานหนีหายผ่านมุม
ไม่ควรตั้งเตียงนอนในบริเวณที่ข้างล่างโล่ง

           บริเวณที่ข้างล่างโล่งได้แก่ ส่วนของชั้นบนที่ยื่นออกโดยไม่มีพื้นฐานรองรับ ถ้าห้องนอนของคุณมีลักษณะเช่นนี้ อย่าตั้งเตียงของคุณไว้ที่บริเวณนี้ คนที่นอนในบริเวณนี้จะสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง เนื่องจากจิตใจจะรับรู้อยู่เสมอว่าข้างล่างว่างเปล่า
ไม่ควรตั้งเตียงให้ตรงกับประตูห้อง

           มันจะรบกวนสนามพลังงานของเตียงทุกครั้งที่ประตูเปิด เพราะชี่ที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วจะพุ่งเข้าชน ถ้าประตูเปิดไปสู่ห้องน้ำห้องส้วม สนามพลังของเตียงจะดึงดูดความชื้นและกลิ่นเหม็นของชี่ห้องส้วมไปที่เตียง ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ปัญหาที่มักเกิดขึ้นจะเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ถ้าเตียงตั้งอยู่ระหว่างประตูสองบาน ชี่จากประตูทั้งสองจะทำให้พลังงานปั่นป่วน มันจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดอารมณ์ร้อนและหงุดหงิด
อย่านอนสูงจากพื้นมากเกินไป

           ถ้าเตียงนอนสูงเกินไป คุณจะตัดขาดจากชี่ดิน ยิ่งเตียงสูงเท่าไหร่คุณจะได้รับชี่น้อยเท่านั้น ถ้าคุณอยู่ในระยะพักฟื้นจากความเจ็บป่วย คุณจะฟื้นตัวเร็วขึ้นถ้าคุณนอนบนเตียงต่ำๆ หรือนอนบนพื้น คุณไม่ควรใช้เตียงน้ำ ถ้าคุณมีเตียงน้ำ จงใช้มันในบ้านตากอากาศ ซึ่งจะไปพักไม่เกินคราวละหนึ่งเดือน
ไม่ควรตั้งเตียงของคุณใต้ห้องน้ำห้องส้วมของชั้นบน

           นี่คือกฎพื้นฐานของฮวงจุ้ย ห้องน้ำห้องส้วมเป็นสถานที่สกปรก น้ำเสียและของเสียที่ถูกชักโครกทิ้งเหนือศรีษะคุณ จะส่งผลเสียต่อชี่กายของคุณ การตั้งเตียงไว้ใต้ห้องน้ำห้องส้วมของชั้นบนยังไม่ค่อยโรแมนติกอีกด้วย และไม่ควรตั้งหัวเตียงของคุณไว้ข้างหลังชักโครกของห้องน้ำห้องส้วมด้วยเหตุผลเดียวกัน

ไม่ควรตั้งเตียงนอนใต้แท็งค์น้ำ

           ชี่น้ำจะแทรกซึมลงพื้นข้างใต้ ถ้ามีแท็งค์น้ำเหนือห้องนอนโดยเฉพาะเตียงนอนของคุณ คุณจะดูดซึมอินของชี่น้ำเข้าไปในตัว ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพของคุณ
อย่าตั้งหัวเตียงของคุณไว้ข้างหลังเตาหรืออุปกรณ์อื่นๆที่ให้กำเนิดความร้อน

           เตาหรืออุปกรณ์อื่นๆที่ก่อให้เกิดความร้อนจะปล่อยคลื่นความถี่ของธาตุไฟออกมา ถ้าใช้อุปกรณ์เหล่านี้ทุกวันเป็นประจำ สนามความร้อนที่สั่งสมเพิ่มพูนจะแทรกซึมผ่านผนังกำแพงที่อยู่ข้างหลังเตียงของคุณ พลังงานแฝงเร้นนี้จะส่งผลกระทบต่อคุณในยามที่คุณเปราะบาง นั่นคือ ขณะหลับ ผลคือ คุณจะกลายเป็นคนหงุดหงิดและอารมณ์ร้อน และไม่ควรตั้งเตียงนอนไว้เหนือเตาไฟถ้าคุณนอนชั้นบน ชี่ไฟจะพุ่งขึ้นและแทรกซึมสู่พื้นชั้นบน

ฮวยจุ้ยภายใน

ฮวยจุ้ย

 

ฮวงจุ้ย ที่ดีอยู่ดีมีสุข ร่ำรวยๆ

[metaslider id=77]

            ลานหน้าบ้านทำหน้าที่ในการรวบรวม พลังมงคล เรียกกันว่า พลังชี่ (พลังงานจักรวาล) หรือปราณมงคล ที่มักจะกระจายตัวอยู่ทุกหนแห่งจากสภาพแวดล้อม ให้มาพักรวมตัวกันที่บริเวณลานหน้าบ้าน ก่อนที่พลังมงคลเหล่านั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อาคารบ้านเรือนเพื่ออำนวยผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรื่องให้กับผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านนั้นเอง

            พื้นที่บริเวณลานหน้าบ้านนั้น เรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อบ้านในวิชาฮวงจุ้ย บางตำราถึงขนาดเรียกขานพื้นที่บริเวณนี้ว่าเป็น ลานรับโชค เพราะตามหลักวิชาฮวงจุ้ยถือว่า ลานหน้าบ้านเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านกับโลกภายนอก หรือความเป็นส่วนตัวของมนุษย์กับสภาพแวดล้อม

ฮวยจุ้ย

1. ดูประตูทางเข้าบ้าน : ประตูทางเข้าบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่น ๆ ในบ้าน หรือไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และไม่ควรจะหันชนประตูตู้ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป ไม่ชนกับบันไดอย่างต่ำต้องห่างจากผนังหรือบันไดประมาณ 2-3 ฟุต และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะการเปิดออกเป็นการผลักพลังงานออกจากบ้าน

ฮวยจุ้ย

2. ดูประตูหน้าต่าง : ทั้งรูปร่าง และสถานที่ติดตั้งประตู หน้าต่างเป็นสิ่งที่สำคัญ พลังงานจะต้องมีการไหลเวียนเข้าทางประตู หน้าต่างในทุกจุดทุกบานหน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์กัน และเป็นช่องทางของแสงและพลังงานที่จะเข้ามาในบ้าน โดยหลัก ๆ แล้ว จุดที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ประตูบานอื่น ๆ ในบ้านตรงกับประตูทางเข้าบ้าน หรือหน้าต่างบานสูงใหญ่ ประตูแต่ละบานไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป และเมื่อเปิดบานประตูจะต้องไม่ชนกัน ประตูและหน้าต่างแต่ละบานจะต้องมีพื้นที่รอบ ๆ ของตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การมีหน้าต่างหลังบ้าน ยิ่งหลังบ้านมีหน้าต่างหลายบานพลังงานก็จะยิ่งอ่อนลง

ฮวยจุ้ย
3. ดูตำแหน่งและการออกแบบห้องนอน : ห้องนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย แต่บ้านจำนวนมากมีห้องนอนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น มีห้องนอนหลักอยู่บนโรงรถ หรือบนครัว รวมทั้งอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ห้องนอนนั้นต้องการพลังงานที่สงบ และสมบูรณ์เพื่อสนับสนุนการนอนพักผ่อน และเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ จุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องนอนต้องอยู่ด้านบนของพื้นที่ที่สงบหรือที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม เช่นอยู่เหนือบริเวณที่อ่านหนังสือ เหนือห้องรับประทานอาหารเย็น หรืออาหารเช้า หรืออาจจะเป็นบริเวณหลังบ้าน หลังจุดกึ่งกลางของบ้านเพื่อไม่ให้มีพลังของการจราจร ซึ่งเป็นความสับสนวุ่นวายเข้ามา และจุดที่ไม่ดีที่สุดก็คือ เหนือโรงรถ ครัว และออฟฟิศ การวางผังห้องนอนก็มีความสำคัญคือ ไม่ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ ตรงกับประตูห้องนอน และเตียงนอนไม่ควรอยู่ใต้หน้าต่าง แต่ควรมีหัวเตียงพิงกับผนัง

ฮวยจุ้ย

4. ตำแหน่งของห้องครัว : ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมาก 3 ห้องหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องครัวที่ดี จะนำมาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตำแหน่งห้องครัวที่ไม่ดีคืออยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน โดยเห็นเป็นห้องแรกเมื่อเข้ามาในบ้าน ไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำ ไม่ควรหันชนกับห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้บันได แต่จุดที่พอใช้ได้จะคือ อยู่ใกล้ห้องซักล้าง หรือโรงรถ ส่วนจุดที่ตั้งของเตาไฟนั้น ก็ให้ยึดหลักว่า เมื่อเวลาทำอาหาร เราไม่ควรหันหลังให้ประตู

ฮวยจุ้ย

5. ตำแหน่งของบันได : บันไดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน และตำแหน่งบันไดที่จัดว่าไม่ดี มี 3 ตำแหน่งคือ อยู่บริเวณกลางบ้าน หรือกลางสำนักงาน เพราะพลังงานบริเวณกึ่งกลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของบ้าน การมีบันไดจะทำให้มีพลังงานขึ้นลงมาขัดขวาง อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรตั้งบันไดก็คืออยู่ถัดจากประตูเข้าบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังชี่ ทำให้เกิดความเร่งรีบ การทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่มีความมั่นคง และอีกตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นจุดของสุขภาพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรัก และทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเงินทอง

ฮวยจุ้ย

6. ห้องน้ำ ห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า : เริ่มจากห้องน้ำ จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ บริเวณใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หันชนกับห้องครัว จุดที่เป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก และความสัมพันธ์ ส่วนห้องซักล้าง และตู้เสื้อผ้า รวมทั้งตู้เก็บของนั้น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณต่อไปนี้ ห้องซักล้างไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอน หรือประตูทางเข้าบ้าน และไม่ควรมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับห้องนอน

ฮวยจุ้ย

7. ห้องสำหรับการรวมตัวของสมาชิกครอบครัว : ห้องดังกล่าวนี้ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต จุดที่ถือว่าเหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นจุดแรกคือบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของความรักและการแต่งงาน ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของเด็ก ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองทิศจึงนับว่าเป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับห้องที่เป็นที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้าน

ฮวยจุ้ย

 

 

 

ฮวงจุ้ยสีผ้าปูที่นอน 12 ราศี

ฮวงจุ้ยภายในบ้าน

12ราศี

1. ราศีมังกร

ต้องขอยกตำแหน่งความพยายามเป็นเลิศ ให้กับชาวราศีมังกรเลยจริง ๆ เพราะทุกโปรเจคที่ชาวราศีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ มักจะประสบความสำเร็จเสมอ ชาวราศีมังกรเป็นคนฉลาด มุมานะพยายาม ไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจอะไรง่าย ๆ จึงส่งผลให้ดูเป็นคนที่มีพลัง เหมาะกับการก้าวขึ้นเป็นผู้นำ และปกป้องผู้อื่นได้ ฉะนั้นผ้าปูที่นอนสีเทาและสีดำ จึงเป็นสีที่ชาวราศีนี้ควรเลือกนำมาใช้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยเสริมพลังอำนาจทั้งในเรื่องของการงาน โชคลาภ และความรัก

2. ราศีกุมภ์

พื้นฐานของชาวราศีกุมภ์เป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริง และมีเมตตาต่อผู้อื่น หรือเรียกได้ว่าเป็นแม่พระของทุกคนเลยก็ได้ค่ะ แต่ชาวราศีนี้จะมีกำแพงบาง ๆ ปิดกั้นตัวเอง รวมไปถึงความสดใส ความร่าเริง และความสามารถของตนเองเอาไว้ ดังนั้นควรจะเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีม่วงอมแดงหรือสีฟ้าสว่าง เพื่อดึงความมั่นใจในตัวของคุณออกมา แล้วจะทำให้มีแต่คนรัก อีกทั้งยังส่งเสริมเรื่องงานให้เจริญก้าวหน้าขึ้นอีกด้วย

3. ราศีมีน

แม้ความอ่อนโยนและความเอาใจใส่คนรอบข้างของชาวราศีมีน จะเป็นข้อดีที่ทำให้มีแต่คนรักก็จริง แต่ในขณะเดียวกันความอ่อนโยนก็กลับกลายมาเป็นดาบ 2 คมที่ทำให้พวกเขาเป็นคนลังเล เชื่ออะไรง่ายจนเกินไป ไม่มั่นคงในสิ่งที่ตนยึดมั่นถือมั่นสักเท่าไร ดังนั้นผ้าปูที่นอนสีม่วงและสีฟ้าอ่อน จะช่วยเสริมความมั่นใจของชาวราศีนี้ให้กลับคืนมา ไม่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงและสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ามาในชีวิต

4. ราศีเมษ

เป็นราศีที่เกิดมาพร้อมกับความเชื่อมั่น ความเป็นผู้นำ และความทะเยอทะยาน จึงส่งผลให้ชาวราศีนี้ดูเป็นคนที่มีพลังและทัศนคติแรงกล้า จนบางครั้งอาจจะทำให้คนอื่นมองคุณว่าเป็นคนดื้อรั้นมากเกินไป ทางที่ดีควรไตร่ตรองก่อนตัดสินใจในทุก ๆ เรื่อง หากชาวราศีเมษคนไหนที่ทำได้อย่างนี้ ก็สามารถเลือกผ้าปูที่นอนสีแดงมาใช้ได้เลยค่ะ เพื่อเสริมความมั่นใจให้คุณประสบความสำเร็จ แต่หากใครที่รู้ตัวว่ายังเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่ แนะนำให้ใช้ผ้าปูที่นอนสีแดงอ่อน ๆ อย่าง สีแดงราสป์เบอร์รี หรือฉีกแนวมาใช้สีที่เป็นธรรมชาติที่จะทำให้ใจเย็นขึ้น ไม่หงุดหงิดง่ายอีกต่อไป

5. ราศีพฤษภ

ชาวราศีพฤษภเป็นคนรักสุนทรี ชอบศิลปะและดนตรี ชอบช่วยเหลือคนรอบข้าง เป็นมิตรที่ดีของเพื่อน ๆ มีความซื่อสัตย์ และยึดมั่นในตัวเองสูง แต่การยึดมั่นก็อาจจะทำให้ชาวราศีนี้ดูเป็นคนหัวแข็งจนเกินไป จนลืมสนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง แนะนำให้ใช้ผ้าปูที่นอนสีน้ำตาล สีเหลือง และสีครีม เพราะจะทำให้มีคนรักและเข้าใจมากขึ้น เสริมความสัมพันธ์ระหว่างคนรอบข้างให้ยิ่งแน่นแฟ้น รวมไปถึงเรื่องของความรัก และเสริมดวงโชคลาภ

6. ราศีเมถุน

ชาวราศีเมถุนเป็นนักสื่อสารที่ดี ช่างพูดช่างคุย และฉลาด แต่ถ้าเป้าหมายไม่ประสบความสำเร็จ คุณก็อาจจะกลายเป็นคนที่คิดฟุ้งซ่านไปเลยก็ได้ ลองเลือกผ้าปูที่นอนสีดำมาใช้ดู เพราะจะทำให้คุณมีความกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น และช่วยให้คุณตัดสินใจกับเรื่องความรักได้ดี

7. ราศีกรกฎ

จากสัญลักษณ์รูปปูบ่งบอกว่าชาวราศีกรกฎเป็นคนที่มีเมตตา รักใครรักจริง และที่สำคัญชอบปกป้องดูแลคนรอบข้างอยู่เสมอ แต่อีกมุมกลับเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย ชอบเก็บทุกสิ่งทุกอย่างมาคิด ฉะนั้นผ้าปูที่นอนสีขาวจึงเหมาะกับชาวราศีนี้มากที่สุด เพราะทำให้คุณรู้สึกสบายใจกับการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไร้อุปสรรค เสริมความเป็นสิริมงคลในชีวิต และช่วยส่องประกายความโดดเด่นในตัวคุณออกมา

8. ราศีสิงห์

ชาวราศีสิงห์เป็นคนมีเสน่ห์ มีความเป็นผู้นำสูง และบูชาความรักมากกว่าสิ่งอื่นใด ดังนั้นเวลาที่ผิดหวังหรือเสียใจ ก็จะทุกข์จนลืมนึกถึงคนรอบข้างไปเลย ฉะนั้นควรใช้ผ้าปูที่นอนสีส้ม เพราะจะทำให้ชาวราศีนี้มีบุคลิกที่ดูสดใสและร่าเริงมากยิ่งขึ้น เป็นคนที่มีความอบอุ่น เป็นกันเอง และเข้าถึงง่าย

9. ราศีกันย์

ชาวราศีกันย์รักความสงบและเป็นนักรักสันติภาพตัวยง จริงจังกับทุกอย่าง รักความสมบูรณ์แบบ จึงส่งผลให้ชาวราศีนี้เครียดง่ายจนเกินไป ควรเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีเขียว เพราะนอกจากจะเป็นสีที่ถูกโฉลกด้วยแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความกังวล และทำให้คุณเป็นคนที่มีเหตุผลมากยิ่งขึ้น ไม่ขุ่นข้องหมองใจกับคนใกล้ตัวง่าย ๆ อีกด้วย

10. ราศีตุลย์

คงไม่มีราศีไหนที่ยึดถือความยุติธรรมนำหน้าได้เท่าราศีตุลย์อีกแล้วล่ะ เพราะพวกเขาสามารถให้เหตุและผลได้เสมอ แถมยังเป็นชาวราศีที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล และชอบความสมบูรณ์แบบ แต่บางครั้งก็ยังสับสนในใจบ้าง ฉะนั้นผ้าปูที่นอนโทนสีพาสเทลอย่าง สีฟ้า สีม่วง และสีชมพู จะช่วยเสริมโชคลาภ การงาน การเงิน และความรักให้เจริญรุ่งเรือง

11. ราศีพิจิก

ชาวราศีพิจิกเป็นคนตรงไปตรงมา ชอบก็บอกว่าชอบ มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งใหม่ ไม่ค่อยเกรงกลัวต่ออุปสรรคที่ขวางกั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างมากก็อาจจะทำให้คนอื่น ๆ ไม่พอใจ หรืออิจฉาคุณได้ ดังนั้นชาวราศีพิจิกควรเลือกผ้าปูที่นอนสีแดงเข้มและสีม่วงมาใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจ มีจิตใจที่มั่นคงไม่อ่อนไหวง่าย

12. ราศีธนู

แม้อุปสรรคจะมากมายขนาดไหน แต่ชาวราศีธนูก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยว ชอบเข้าสังคม และรักการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยบุคลิกที่คล่องแคล่วอาจจะทำให้ชาวราศีนี้เผลอพูดจาทำร้ายคนรอบข้างไปบ้าง ให้เลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้าและสีเทา เพื่อเสริมโชคลาภ สร้างพลังในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายไปได้ด้วย

จัดฮวงจุ้ยห้องนอน

ห้องนอน

ห้องนอนสำคัญมาก เพราะเป็นสถานที่ที่เราใช้พักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยในแต่ละวัน อย่างไรก็ตามเราสามารถจะเอาหลักฮวงจุ้ยมาปรับเข้ากับห้องนอนได้ ซึ่งจะส่งผลให้การนอนหลับดีขึ้น ไปจนถึงพัฒนาชีวิตในด้านต่าง ๆ ได้ด้วย

ห้องนอน

1. จัดเตียงตามหลักฮวงจุ้ย
 
            – หัวเตียงต้องแข็งแรง
 
            หัวเตียงที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยแล้วต้องมั่นคงและแข็งแรง ทำจากไม้ หรือเป็นแบบบุนวม เพื่อเป็นการผสมผสานระหว่างความมั่นคงและอ่อนโยน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพลังฮวงจุ้ยที่ดีได้ ทั้งนี้เนื่องจากเวลาที่เราหลับ ร่างกายจะเข้าสู่ระบบซ่อมแซมที่ซับซ้อน จิตใต้สำนึกของเราจะต้องการผู้คุ้มกัน เสมือนเราต้องการที่พิงหลังเวลานั่งเก้าอี้นั่นเอง
            – ฟูกนอนต้องรองรับสรีระ
 
            ฟูกนอนในท้องตลาดมีให้เลือกหลายแบบ ดังนั้นลงทุนกับอันที่ให้ความผ่อนคลายและหลับสบายที่สุด โดยถือหลักที่ว่ายิ่งนอนหลับสบายเท่าไหร่ สุขภาพก็จะดีเท่านั้น ข้อสำคัญอย่าซื้อฟูกมือสองมาใช้ เพราะเราไม่รู้ว่าเจ้าของเก่าทิ้งพลังงานอะไรเอาไว้บ้าง
            – ความสูงของเตียงต้องพอดี
            เตียงที่ดีต้องสูงพอที่พลังงานด้านดีจะไหลผ่านใต้เตียงได้ ส่วนเตียงที่มีลิ้นชักเก็บของ ถือว่าเป็นเตียงที่ไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ย เนื่องจากพลังงานต้องหมุนเวียนได้ในขณะที่เราหลับ ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าพื้นใต้เตียงของเราปิดทึบ